⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2940/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2940/2529

ป.อาญา ม.137

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยื่นคำร้องขอกันส่วนเงินของจำเลยต่อศาล ถือเป็นคำคู่ความ ไม่ใช่การแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137

ย่อคำพิพากษา

คำร้องขอกันส่วนเงินของจำเลยเป็นคำคู่ความ การยื่นคำร้องดังกล่าวถือไม่ได้ว่าเป็นการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 จึงจะนำมาตราดังกล่าวมาใช้แก่กรณีนี้ไม่ได้เพราะมาตรานี้มิได้มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่การยื่นคำคู่ความต่อศาล

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.137

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.137 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่านายชัยกิจ ดีสมโชค สามีจำเลยที่ ๒ ปลอมหนังสือมอบอำนาจของโจทก์แล้วนำไปโอนที่ดินของโจทก์เป็นของตน โจทก์ได้ฟ้องนายชัยกิจเรียกที่ดินคืนและในที่สุดได้ประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยที่ ๑ เข้าเป็นผู้ค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษา และต่อมานายชัยกิจผิดนัดโจทก์นำยึดที่ดินนายชัยกิจและจำเลยที่ ๑ เพื่อขายทอดตลาด ต่อมาปี ๒๕๒๕ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และนายชัยกิจชนะคดีบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ กรุงเทพมหานคร จำกัดเป็นเงิน ๒๘,๐๐๐,๐๐๐ บาท โจทก์ขออายัดเงินบางส่วนของเงินดังกล่าวจำนวน ๓,๑๗๑,๐๖๗.๔๐ บาท ซึ่งจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และนายชัยกิจก็ทำบันทึกยินยอมให้โจทก์อายัดได้ ต่อมาจำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้ร่วมกันแจ้งความอันเป็นเท็จโดยยื่นคำร้องต่อศาลแพ่งซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอ้างว่า ตนเองเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ร่วมในเงินที่โจทก์ขออายัดไว้ เป็นบุคคลภายนอกคดีและมิได้ถูกบังคับคดีขอกันส่วนเงินที่โจทก์ขออายัดไว้คนละส่วนเป็นเงินคนละ ๑,๐๕๗,๐๒๒.๘๐ บาท โดยขอให้ศาลงดการจ่ายเงินไว้ก่อน ทำให้ศาลหลงเชื่อจึงได้สั่งงดการจ่ายให้โจทก์ไว้ก่อนขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำร้องขอกันส่วนเงินของจำเลยทั้งสองเป็นคำคู่ความ ที่จำเลยทั้งสองยื่นคำร้องดังกล่าวก็เป็นการดำเนินการตามกระบวนวิธีพิจารณาความตามกฎหมาย ถือไม่ได้ว่าเป็นการแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตามความหมายแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๓๗ จึงจะนำมาตรา ๑๓๗แห่งประมวลกฎหมายอาญามาใช้แก่กรณีนี้ไม่ได้ เพราะประมวลกฎหมายอาญามาตรานี้มิได้มุ่งหมายให้ใช้บังคับแก่การยื่นคำคู่ความต่อศาล ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2940/2529 นายประสิทธิ์ เต็กอารีย์ โจทก์ นายชัยยง ดีสมโชค กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ์ เต็กอารีย์ · จำเลย - นายชัยยง ดีสมโชค กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุทิศ บุญชู · จำนง นิยมวิภาต · สวัสดิ์ รอดเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายธวัชชัย จาตุรงคกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายจเร อำนวยวัฒนา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1274/2513ฎีกา 4048/2528ฎีกา 2309/2558ฎีกา 284/2507ฎีกา 1499/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 581/2527ฎีกา 492/2509ฎีกา 15248-15249/2557ฎีกา 6858/2541ฎีกา 1572/2557ฎีกา 651/2529ฎีกา 407/2509ฎีกา 2093/2542ฎีกา 1107/2509ฎีกา 1124/2507ฎีกา 1686/2563ฎีกา 1676/2557ฎีกา 3828/2531ฎีกา 3520/2527ฎีกา 2249/2515ฎีกา 1022/2505ฎีกา 125/2507ฎีกา 8739/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา