คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3092/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ให้เช่าคืนเงินค่าก่อสร้างให้แก่ผู้เช่าทั้งหมด แสดงว่าผู้ให้เช่าประสงค์จะเลิกสัญญาเช่าแต่ฝ่ายเดียว โดยไม่ถือว่าผู้เช่าผิดสัญญา และเมื่อผู้เช่ารับเงินคืนดังกล่าว สัญญาเช่าเป็นอันระงับ
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ทำสัญญาเช่าห้องพิพาทจากจำเลย โดยยอมชำระเงินค่าก่อสร้างให้จำเลยเป็นการตอบแทนที่จำเลยยอมให้เช่าห้องพิพาท ต่อมาจำเลยได้มีหนังสือบอกเลิกการเช่าไปยังโจทก์และได้ออกเช็ค 2 ฉบับกับตั๋วแลกเงิน 1 ฉบับ เป็นจำนวนเงินเท่ากับเงินค่าก่อสร้างคืนให้โจทก์ แสดงว่าจำเลยประสงค์แต่จะเลิกสัญญากับโจทก์เท่านั้น โดยไม่ถือว่าโจทก์ผิดสัญญา จึงได้ยอมคืนเงินค่าก่อสร้างแก่โจทก์ทั้งหมดปรากฏว่าโจทก์ไม่ยอมรับเช็คและตั๋วแลกเงินดังกล่าว จำเลยจึงต้องมีหนังสือยืนยันและคืนเช็คพร้อมตั๋วแลกเงินให้โจทก์อีก แม้ต่อมาโจทก์ยอมรับตั๋วแลกเงินและเช็คไว้ก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้นำไปขึ้นเงิน จึงเป็นการบอกเลิกสัญญาของจำเลยแต่ฝ่ายเดียวไม่มีผลทางกฎหมายแต่อย่างใด ภายหลังโจทก์จึงนำตั๋วแลกเงินและเช็ค 2 ฉบับของจำเลยไปขึ้นเงิน แต่ขึ้นเงินตามเช็คไม่ได้เพราะเช็คขาดอายุความ แสดงว่าโจทก์ตกลงเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว และยินดีรับเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยคืนให้ ซึ่งเป็นการใช้สิทธิในฐานะผู้เช่าห้องพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต สัญญาเช่าห้องพิพาทเป็นอันระงับ จำเลยจึงต้องชำระเงินที่ค้างอยู่ให้แก่โจทก์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าตึกแถวของจำเลย โดยตกลงชดใช้ค่าก่อสร้างจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้ให้เช่า ต่อมาจำเลยบอกเลิกสัญญาเช่าไม่ยอมให้โจทก์เข้าอยู่ในห้องเช่า และคืนเงินค่าก่อสร้างให้โจทก์ โดยจ่ายเป็นตั๋วแลกเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท และจ่ายเป็นเช็ค ๑๒๐,๐๐๐ บาท โจทก์เห็นว่าจำเลยไม่มีอำนาจบอกเลิกสัญญา จึงฟ้องผู้ที่จำเลยให้เช่าตึกดังกล่าว คดีถึงที่สุด โจทก์นำเช็คทั้งสองฉบับไปขึ้นเงินแต่ธนาคารอ้างว่าเช็คขาดอายุความ จึงขอศาลบังคับจำเลยคืนเงินค่าก่อสร้างให้โจทก์ ๑๒๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยให้การว่าโจทก์ผิดสัญญา จำเลยจึงมีหนังสือบอกเลิกสัญญาพร้อมกับคืนเงินโดยออกเช็คให้โจทก์ โจทก์จงใจสละสิทธิในการรับเงินตามเช็คโดยไม่สุจริต ไม่ยอมเลิกสัญญาเช่า กลับอาศัยสัญญานี้ฟ้องผู้เช่าช่วง คดีถึงที่สุด โดยศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี จึงหันกลับมาฟ้องคดีนี้ สิทธิของโจทก์ตามเช็คขาดอายุความแล้ว ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๒๐,๐๐๐ บาท ให้โจทก์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงแสดงว่าจำเลยประสงค์แต่จะเลิกสัญญากับโจทก์เท่านั้น โดยไม่ถือว่าโจทก์ผิดสัญญา จึงได้ยอมคืนเงินค่าก่อสร้างแก่โจทก์ทั้งหมดแต่โจทก์ได้ส่งเช็คและตั๋วแลกเงินคืนให้จำเลย จำเลยจึงมีหนังสือยืนยันการบอกเลิกสัญญาและส่งเช็คกับตั๋วแลกเงินคืนให้โจทก์อีก แม้ต่อมาโจทก์จะยอมรับไว้ก็ตาม แต่โจทก์ก็มิได้นำไปขึ้นเงิน จึงเป็นการบอกเลิกสัญญาของจำเลยแต่ฝ่ายเดียว ไม่มีผลทางกฎหมายแต่อย่างใดระหว่างที่โจทก์ดำเนินการฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงออกจากห้องพิพาทย่อมถือได้ว่าโจทก์ใช้สิทธิตามสัญญาเช่าห้องพิพาท อันเป็นการยืนยันว่าโจทก์ไม่ยอมรับการบอกเลิกสัญญาจากจำเลย ภายหลังเมื่อศาลฎีกาพิพากษาให้โจทก์แพ้คดี โจทก์จึงนำตั๋วแลกเงินและเช็ค ๒ ฉบับขึ้นเงินแต่ขึ้นเงินตามเช็คไม่ได้ เพราะเช็คขาดอายุความนั้น แสดงว่าโจทก์ตกลงเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว และยินดีรับเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยคืนให้ซึ่งเป็นการใช้สิทธิในฐานะผู้เช่าโดยชอบด้วยกฎหมาย ไม่เป็นการใช้สิทธิไม่สุจริตแต่อย่างใด เมื่อโจทก์ยอมเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว สัญญาเช่าก็เป็นอันระงับ และเมื่อสัญญาดังกล่าวมิได้ให้สิทธิจำเลบยในฐานะผู้ให้เช่าริบเงินค่าก่อสร้างที่จำเลยชำระให้โจทก์ จำเลยจึงต้องชำระเงินดังกล่าวที่ค้างอยู่ให้แก่โจทก์
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3092/2529
นางสาวพรรณทิพย์ เลิศชนะวงศ์ โจทก์
นายประสิทธิ์ ชูพินิจ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวพรรณทิพย์ เลิศชนะวงศ์ · จำเลย - นายประสิทธิ์ ชูพินิจ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อำนวย อินทุภูติ · ดำริ ศุภพิโรจน์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายวีระ ลุสันโน · ศาลอุทธรณ์ - นายพนม พ่วงภิญโญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา