คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3562/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การของผู้ต้องหาที่เกิดจากการล่อลวงของพนักงานสอบสวน แม้จะรับสารภาพ ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานไม่ได้
ย่อคำพิพากษา
คำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยในฐานะพยานเกิดจากการให้คำมั่นสัญญาของพนักงานสอบสวนที่ว่าจะกันจำเลยไว้เป็นพยานส่วนคำให้การในฐานะผู้ต้องหาเป็นผลโดยตรงจากคำให้การในฐานะพยาน จึงเป็นคำให้การที่เกิดจากการล่อลวงของพนักงานสอบสวน แม้จำเลยให้การรับสารภาพก็รับฟังไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่ามีคนร้ายหลายคนร่วมกันทำลายตราผนึกที่ประตูตู้สินค้า แล้วลักเอาเครื่องเล่นวีดีโอเทป จำนวน ๙๒ เครื่องรวมราคา ๑,๔๘๐,๐๐๐ บาท ของผู้เสียหาย และอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาของบริษัทบอร์เนียวเอเจนซี่ จำกัด ตัวแทนรับขนส่งในประเทศไทยกับการท่าเรือแห่งประเทศไทยไปจากลานวางตู้บรรทุกสินค้าของการท่าเรือแห่งประเทศไทยโดยทุจริต ต่อมาจำเลยนำเครื่องเล่นวีดีโอเทป ๑ เครื่อง ราคา ๑๖,๑๐๐ บาทซึ่งเป็นทรัพย์ของผู้เสียหายที่ถูกลักไปดังกล่าว ไปขายให้แก่นายธงชัย ศิลปวิไลเลิศ จำเลยเข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานและนำเจ้าพนักงานไปยึดเครื่องเล่นวีดีโอเทปดังกล่าวเป็นของกลาง ทั้งนี้จำเลยกับพวกได้ร่วมกันเป็นคนร้ายลักทรัพย์จำนวนดังกล่าวไปโดยทุจริต หรือรับเครื่องเล่นวีดีโอเทปของกลางโดยรู้อยู่ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๕(๑) (๓) (๗) (๙), ๓๕๗, ๘๓ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕ มาตรา ๑๑ ขอให้สั่งจำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์แก่เจ้าของและคืนของกลางแก่เจ้าของ
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๗ วรรคหนึ่ง จำคุก ๒ ปี คำรับสารภาพของจำเลยในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน คืนวีดีโอเทปของกลาง ๑ เครื่องแก่เจ้าของ ข้อหาอื่นและคำขอนอกจากนี้ให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ของกลางคืนเจ้าของตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คำเบิกความของนายธงชัยพยานโจทก์เชื่อไม่ได้ พยานโจทก์นอกจากนี้ก็มีแต่พยานบอกเล่ามีน้ำหนักน้อย โดยเฉพาะคำให้การในชั้นสอบสวนของจำเลยในฐานะพยานเกิดจากการให้คำมั่นสัญญาของพนักงานสอบสวนที่ว่าจะกันจำเลยไว้เป็นพยาน ส่วนคำให้การในฐานะผู้ต้องหาเป็นผลโดยตรงจากคำให้การในฐานะพยานจึงเป็นคำให้การที่เกิดจากการล่อลวงของพนักงานสอบสวนแม้จำเลยให้การรับสารภาพก็รับฟังไม่ได้ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3562/2529
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายประวิทย์ หรือช้อ แซ่อื้อ หรืออั้ง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายประวิทย์ หรือช้อ แซ่อื้อ หรืออั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลจิตต์ ดียืน · ประการ กาญจนศูนย์ · ประพันธ์ ผลฉาย |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสุรินทร์ นาควิเชียร · ศาลอุทธรณ์ - นายยรรยง อิทธิพงษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา