⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3751/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3751/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้เช่าช่วงยอมรับว่าตนเช่าบ้านพิพาทโดยอาศัยสิทธิของผู้เช่าเดิม ย่อมเป็นการยอมรับว่าผู้เช่าเดิมได้ครอบครองทรัพย์สินที่เช่าแล้ว และผู้เช่าเดิมมีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้เช่าช่วงได้

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยให้การว่า เมื่อน้าโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าเดิมถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์ได้รับโอนสิทธิการเช่าบ้านพิพาทจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และโจทก์ได้ตกลงให้จำเลยเช่าช่วงบ้านพิพาทเช่นที่เคยปฏิบัติมาเมื่อครั้งน้าโจทก์ให้จำเลยเช่า โดยเสียค่าเช่าให้โจทก์ เช่นนี้เท่ากับจำเลยยอมรับว่าจำเลยอยู่ในบ้านพิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าของโจทก์ และแสดงว่าโจทก์ได้รับมอบการครอบครองบ้านพิพาทจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ผู้ให้เช่าแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.545

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นผู้ทรงสิทธิการเช่าบ้านเลขที่ ๑๔๕๓ ถนนเจริญกรุง แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร โดยเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ เดิมน้าโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าเดิมได้ให้จำเลยอาศัยบ้านทำการค้า โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยอาศัยอีกต่อไป ขอศาลพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารและใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยให้แก่ว่า จำเลยเช่าช่วงบ้านพิพาทจากโจทก์โดยมารดาโจทก์รับเงินค่าเช่าแทน โจทก์ได้สิทธิการเช่ามาโดยไม่สุจริต ค่าเสียหายไม่เท่าจำนวนที่โจทก์อ้างในฟ้อง โจทก์เพิ่งได้สิทธิการเช่าและไม่ได้อยู่บ้านพิพาทจึงไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องและจำเลยอยู่ในบ้านพิพาทโดยอาศัยโจทก์ ส่วนค่าเสียหายโจทก์รับว่าเสียหายเพียงเท่าที่จำเลยให้การจึงพิพากษาขับไล่จำเลยและบริวารพร้อมทั้งให้ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ตามจำนวนที่จำเลยให้การรับ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้จำเลยให้การว่าเมื่อนายสันต์ พิชญวรมาศ น้าโจทก์ผู้เช่าเดิมถึงแก่กรรมแล้ว โจทก์ได้รับโอนสิทธิการเช่าบ้านพิพาทจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และโจทก์ได้ตกลงให้จำเลยเช่าช่วงบ้านพิพาทเช่นที่เคยปฏิบัติมาเมื่อครั้งนายสันต์น้าโจทก์ยังมีชีวิตอยู่โดยเสียค่าเช่าให้โจทก์เดือนละ ๒๔,๐๐๐ บาท ตามคำให้การของจำเลยดังกล่าวเท่ากับยอมรับว่าจำเลยอยู่ในบ้านพิพาทโดยอาศัยสิทธิการเช่าของโจทก์ และแสดงว่าโจทก์ได้รับมอบการครอบครองบ้านพิพาทจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ผู้ให้เช่าแล้ว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่และเรียกค่าเสียหายจากจำเลยได้ ส่วนฎีกาของจำเลยข้ออื่นเป็นการยกข้อเท็จจริงขึ้นใหม่นอกเหนือคำให้การ ทั้งข้ออ้างตามฎีกาก็ไม่ก่อให้เกิดสิทธิแก่จำเลยที่จะอยู่ในบ้านพิพาทต่อไป คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3751/2529 นางสาวสุรีย์ เกื้อตระกูล โจทก์ นายจำรัส จงนันทนาวนิชย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวสุรีย์ เกื้อตระกูล · จำเลย - นายจำรัส จงนันทนาวนิชย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายยรรยง ปานุราช · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิต บุญถนอม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5692/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 1798/2506ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 9188/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา