⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 377/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งให้ประชาชนทราบถึงเขตอุทยานแห่งชาติโดยผ่านเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นโดยไม่มีการปักหลักเขตหรือติดป้ายแสดงอาณาเขตที่ชัดเจน ไม่เพียงพอที่จะถือว่าประชาชนได้ทราบถึงเขตอุทยานแห่งชาตินั้นแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตามประกาศกระทรวงเกษตร เรื่อง กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ฯ ซึ่งได้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ตลอดเขตท้องที่ทุกจังหวัด หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง การแปรรูปไม้หรือมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครอง ณ ที่ใด ภายในราชอาณาจักรถือเป็นความผิดทั้งสิ้น สำหรับในท้องที่เกิดเหตุจำเลยแถลงยอมรับว่า ม. ป่าไม้อำเภอ และ จ. กำนันได้ดำเนินการปิดประกาศเพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบแล้วและจำเลยมิได้นำสืบปฏิเสธความข้อนี้ จึงฟังได้ว่าจำเลยได้ทราบประกาศกระทรวงเกษตรดังกล่าวแล้ว พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ฯ มาตรา 8 บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีหลักเขตและป้ายหรือเครื่องหมายอื่นแสดงไว้เพื่อให้ประชาชนได้ทราบว่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ การที่ทางกระทรวงเกษตรแจ้งให้ทางอำเภอ กำนันและผู้ใหญ่บ้าน แจ้งให้ราษฎรในท้องที่ทราบถึงเขตของอุทยานแห่งชาติ ฯ โดยไม่ปรากฏว่าได้มีการปักหลักเขต ติดป้ายหรือเครื่องหมายอื่นใดที่พอแสดงให้ทราบอาณาเขตของอุทยานแห่งชาติดังกล่าว จึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้ทราบว่า ท้องที่ซึ่งตนกระทำความผิดนั้นอยู่ในอาณาเขตของอุทยานแห่งชาติ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.5 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.48 พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 ม.73 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ม.8 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ม.16 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยร่วมกันตัดฟันไม้สักและไม้มะค่าโมงอันเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ในบริเวณป่าแม่สิน ฯลฯ อันอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ และมีไม้มะค่าโมงยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน ฯลฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๗, ๑๑, ๔๘, ๖๘, ๗๓, ๗๔, ๗๔ ทวิ, ๗๔ จัตวา ที่แก้ไขแล้ว ประกาศกระทรวงเกษตร เรื่องกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ ลงวันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๔๙๙ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑๖ ลงวันที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๑ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๐๔ มาตรา ๑๖, ๒๔ พระราชกฤษฎีกากำหนดที่ดินบริเวณป่าแม่สินฯลฯให้เป็นอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๒๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๘๔,๙๑ จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ให้การรับสารภาพในข้อหาร่วมกันมีไม้มะค่าโมงอันยังมิได้แปรรูปไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาต ส่วนข้อหาอื่นให้การปฏิเสธ จำเลยที่ ๙ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งเก้ามีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. ๒๔๘๔ มาตรา ๔, ๗, ๑๑, ๔๘, ๖๙, ๗๓, ๗๔, ๗๔ ทวิ, ๗๔ จัตวา ที่แก้ไขแล้วข้อหาทำไม้ตามพระราชบัญญัติป่าไม้กับข้อหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติเป็นกรรมเดียวกันผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษตามพระราชบัญญัติป่าไม้อันเป็นบทหนัก จำคุกจำเลยทั้งเก้ามีกำหนด ๑ ปี ข้อหาร่วมกันมีไม้มะค่าโมงท่อน จำคุก ๑ ปี ข้อหาร่วมกันแปรรูปไม้และไม้มะค่าโมงจำคุก ๑ ปี ข้อหาร่วมกันมีไม้สักและไม้มะค่าโมงแปรรูปไว้ในครอบครองจำคุก ๑ ปี รวมจำคุกคนละ ๔ ปี จำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ให้การรับสารภาพในข้อหามีไม้มะค่าโมงท่อนไว้ในครอบครอง ส่วนข้อหาอื่นรับสารภาพชั้นสอบสวนบ้าง ชั้นสืบพยานบ้าง ลดโทษแล้ว จำคุกจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ คนละ ๒ ปี ๖ เดือน ลดโทษให้จำเลยที่ ๙ เพราะรับข้อเท็จจริงชั้นสืบพยานคงจำคุก ๓ ปี ของกลางริบ โจทก์และจำเลยทั้งเก้าอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๙ ส่วนจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ยกฟ้องเฉพาะข้อหาฐานมีและแปรรูปไม้กับข้อหาตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ลงโทษจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ในข้อหาทำไม้หวงห้ามตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ฯ จำคุก ๘ เดือนไม้แปรรูปของกลางคืนเจ้าของ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ประเด็นที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกาในความผิดเกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ ถึงที่ ๘ ฐานแปรรูปไม้และมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองและความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาตินั้น โจทก์ฎีกาโต้แย้งคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ซึ่งยกฟ้องในฐานความมผิดดังกล่าวโดยวินิจฉัยว่าพยานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้ง ๘ คนได้ทราบประกาศกระทรวงเกษตรซึ่งกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้และเจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีเครื่องหมายเพื่อแสดงแนวเขตอุทยานแห่งชาติเพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้มีโอกาสทราบและจำเลยได้ทราบแล้วว่าที่เกิดเหตุอยู่ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ สำหรับปัญหาเกี่ยวกับประกาศกระทรวงเกษตรซึ่งกำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้นั้น ปรากฏว่าประกาศดังกล่าวได้กำหนดเขตควบคุมการแปรรูปไม้ตลอดเขตท้องที่จังหวัดทุกจังหวัดหรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือการแปรรูปไม้หรือมีไม้แปรรูปไว้ในความครอบครองนั้น หากปรากฏมีขึ้น ณ ที่ใดภายในราชอาณาจักรแล้ว ย่อมถือเป็นความผิดทั้งสิ้น สำหรับในท้องที่เกิดเหตุนี้จำเลยเองก็ได้แถลงยอมรับว่านายมนตรี ศิริมาศ ป่าไม้อำเภอศรีสัชนาลัย และนายจันทร์ ประดิษฐ์ กำนันตำบลบ้านแก่ง ได้ดำเนินการปิดประกาศเพื่อแจ้งให้ประชาชนทราบแล้ว ทั้งในชั้นสืบพยานจำเลยก็มิได้ปฏิเสธความข้อนี้ จึงฟังได้แล้วว่าจำเลยได้ทราบประกาศกระทรวงเกษตรดังกล่าวแล้วการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิด ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น สำหรับความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ โจทก์คงนำสืบเพียงว่า เขตอุทยานแห่งชาติศรีสัชนาลัย ทางกระทรวงเกษตรได้แจ้งให้ทางอำเภอ กำนันและผู้ใหญ่บ้าน แจ้งให้ราษฎรในท้องที่ทราบถึงอาณาบริเวณดังกล่าวแล้ว ซึ่งตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ฯ มาตรา ๘ บัญญัติให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดให้มีหลักเขตและป้ายหรือเครื่องหมายอื่นแสดงไว้เพื่อให้ประชาชนทราบได้ว่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ฉะนั้นลำพังแต่การแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดังกล่าวทราบเพื่อแจ้งให้ราษฎรในท้องที่ทราบอีกชั้นหนึ่งโดยไม่ปรากฏว่าได้มีการปักหลักเขต ติดป้ายหรือเครื่องหมายอื่นใดพอที่แสดงให้ทราบอาณาเขตของอุทยานแห่งชาติดังกล่าวเป็นการแน่นอนเพียงเท่านี้จึงยังไม่พอฟังว่า จำเลยทั้งแปดได้ทราบว่า ท้องที่ซึ่งตนกระทำความผิดนั้นอยู่ในอาณาเขตของอุทยานแห่งชาติ ฯ ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ฯลฯ พิพากษาแก้ ให้ลงโทษจำเลยทั้งเก้าตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นยกเว้นความผิดตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติให้ยกฟ้อง ไม้แปรรูปของกลางให้ริบนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 377/2529 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก โจทก์ นายป้อง มูลรัตน์ ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดสวรรคโลก · จำเลย - นายป้อง มูลรัตน์ ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ทวี กสิยพงศ์ · เสรี แสงศิลป์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสวรรคโลก - นายเธียรไท สุนทรนันท · ศาลอุทธรณ์ - นายเดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1483/2503ฎีกา 3646/2565ฎีกา 1938/2500ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1230/2505ฎีกา 7305/2548ฎีกา 1276/2520ฎีกา 1810/2505ฎีกา 1312/2532ฎีกา 784/2506ฎีกา 1572/2505ฎีกา 8297/2540ฎีกา 339/2519ฎีกา 3956/2527ฎีกา 1459/2511ฎีกา 577/2532ฎีกา 591/2487ฎีกา 1230/2515ฎีกา 219/2532ฎีกา 2682-2683/2530ฎีกา 572/2499ฎีกา 3168/2531ฎีกา 270/2497ฎีกา 786/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา