คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3788/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงที่ให้โจทก์ถอนฟ้องเมื่อจำเลยชำระหนี้ครบถ้วน แต่หากผิดนัดให้ศาลพิพากษาได้ทันที ไม่ถือเป็นการยอมความตามกฎหมายอาญา
ย่อคำพิพากษา
โจทก์จำเลยแถลงต่อศาลร่วมกันว่าคดีตกลงกันได้ โดยจำเลยยอมชดใช้เงินตามจำนวนที่สั่งจ่ายเช็คแก่โจทก์ แต่จำเลยต้องใช้เวลารวบรวมเงินขอให้ศาลเลื่อนการพิพากษาคดีออกไปหนึ่งนัด หากจำเลยชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนตามกำหนด โจทก์จะถอนฟ้องทันที หากผิดนัดให้ศาลพิพากษาคดีไปได้ทันทีเช่นเดียวกันเช่นนี้ ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีข้อความใดแสดงว่าโจทก์ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญากับจำเลยในทันที แต่กลับมีเงื่อนไขให้จำเลยต้องชำระเงินเสียก่อนโจทก์จึงจะถอนฟ้องให้แสดงว่าในระหว่างนั้นโจทก์ยังติดใจที่จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยอยู่การที่จำเลยเตรียมเงินมาครบถ้วนในวันนัดต่อมาแต่โจทก์ไม่ยอมมาศาลก็เป็นเพียงข้อแสดงว่าจำเลยมิได้ผิดนัดเท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวหามีผลเป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายหวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 (2) ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓
ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว ให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา
เดิมจำเลยให้การปฏิเสธ ในระหว่างพิจารณาจำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ คำรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคงให้จำคุก ๑ ปี ๔ เดือน พฤติการณ์แห่งคดีไม่สมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยซึ่งมีใจความว่า คดีตกลงกันได้ โดยจำเลยยอมชดใช้เงินจำนวน ๗๑๔,๐๐๐ บาท ตามจำนวนที่สั่งจ่ายเช็คให้โจทก์ แต่จำเลยต้องใช้เวลารวบรวมเงิน ขอให้ศาลเลื่อนการพิพากษาคดีออกไปในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ หากจำเลยชำระเงินให้โจทก์ครบถ้วนตามกำหนดโจทก์จะถอนฟ้องให้ทันที ถ้าหากผิดนัดให้ศาลพิพากษาไปได้ทันทีเช่นเดียวกัน ต่อมาในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๗ จำเลยมาศาลฝ่ายเดียว และจำเลยได้เตรียมเงินมาชำระแก่โจทก์ครบถ้วนตามที่ตกลงกันเช่นนี้ ข้อตกลงดังกล่าวไม่มีข้อความใดแสดงว่าโจทก์ตกลงสละสิทธิในการดำเนินคดีอาญากับจำเลยในทันที แต่กลับมีเงื่อนไขให้จำเลยต้องชำระเงินเสียก่อน แล้วโจทก์จึงจะถอนฟ้อง ให้แสดงว่าในระหว่างนั้นโจทก์ยังติดใจที่จะดำเนินคดีอาญากับจำเลยอยู่ แม้วันนัดต่อมาจำเลยจะเตรียมเงินมาครบถ้วนก็เป็นเพียงข้อแสดงว่าจำเลยมิได้ผิดนัดเท่านั้น ข้อตกลงดังกล่าวหามีผลเป็นการยอมความตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๒) ไม่ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและขอให้รอการลงโทษนั้น โทษที่ศาลล่างลงแก่จำเลยนับว่าพอสมควรแก่ความผิดของจำเลยแล้ว แต่ตามพฤติการณ์แห่งคดีสมควรรอการลงโทษให้แก่จำเลย
พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษให้แก่จำเลยไว้มีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3788/2529
นายกฤตย์ รัตนรักษ์ โจทก์
พันตำรวจโทอดุลย์ บุญเสรฐ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายกฤตย์ รัตนรักษ์ · จำเลย - พันตำรวจโทอดุลย์ บุญเสรฐ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | พลจิตต์ ดียืน · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ยรรยง อิทธิพงษ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายอัมพร เดชศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายวิชิต บุญถนอม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา