⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4723/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4723/2529

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินโดยมีสิทธิครอบครองตามคำสั่งศาล แม้จะถูกพิพากษาให้ขับไล่แล้ว แต่หากยังคงครอบครองอยู่ ไม่ใช่การเข้าไปครอบครองใหม่ จึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก การถอนหลักไม้ที่ปักไว้เพื่อการรังวัดสอบเขตตามคำสั่งศาล ไม่ถือเป็นเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์ จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 363

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จำเลยมีกรณีพิพาทฟ้องร้องแย่งสิทธิครอบครองที่นาพิพาทกันระหว่างพิจารณาคดีนั้นศาลอนุญาตให้จำเลยเข้าทำนาพิพาทโดยเสียค่าเช่า จำเลยย่อมมีสิทธิครอบครองที่พิพาท การที่จำเลยหว่านถั่วเขียวลงในที่นาพิพาทแม้หลังจากศาลฎีกาพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่นาพิพาทแล้ว ก็เป็นกรณีที่จำเลยไม่ยอมสละการครอบครอง มิใช่เพิ่งเข้าไปครอบครองที่นาพิพาทในวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุก หลักไม้ที่จ่าศาลปักไว้ในที่พิพาทเพื่อการรังวัดสอบเขตตามคำสั่งศาลเป็นเครื่องหมายเขตที่ทำขึ้นเป็นสังเขปเพื่อประโยชน์แก่การบังคับคดี มิใช่เครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์ การที่จำเลยถอนหลักไม้ดังกล่าวทิ้ง จึงไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 363

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.363

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๒๕ เวลากลางวัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันยักย้ายและทำลายเครื่องหมายเขตที่นาของนางจิ เจริญศักดิ์ ผู้เสียหายเพื่อถือเอาที่ดินนาอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหาย และเมื่อระหว่างวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๒๕ ถึงวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๒๕ เวลากลางวันกลางคืนติดต่อกัน จำเลยทั้งสามได้ร่วมกันเข้าไปในที่นาซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยเข้าไปปลูกและหว่านถั่วเขียวเต็มเนื้อที่ เพื่อถือการครอบครอง อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้เสียหายโดยปกติสุข เหตุเกิดตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาม จังหวัดชัยภูมิ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๓, ๓๖๕, ๘๓ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๒, ๓๖๓, ๓๖๕, ๘๓ ลงโทษบทหนักตามมาตรา ๓๖๓ ประกอบมาตรา ๓๖๕,๘๙, ๙๐ จำคุกคนละ ๖ เดือน จำเลยทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายว่า สำหรับความผิดฐานบุกรุกนั้นปรากฏว่า โจทก์จำเลยมีกรณีพิพาทฟ้องร้องแย่งสิทธิครอบครองที่นาพิพาทกันมาก่อนระหว่างการพิจารณา ศาลได้อนุญาตให้จำเลยเป็นฝ่ายได้เข้าทำนาพิพาทโดยเสียค่าเช่า จำเลยจึงมีสิทธิครอบครองที่พิพาท ปรากฏว่าหลังจากเสร็จการทำนาแล้ว จำเลยที่ ๓ ได้หว่านถั่วเขียวลงไปในที่พิพาท แม้จะเป็นเวลาภายหลังที่ศาลฎีกาได้มีคำพิพากษาให้ขับไล่จำเลยออกจากที่พิพาทแล้ว แต่จำเลยยังคงอาศัยสิทธิครอบครองอยู่เดิม มิใช่เพิ่งเข้าไปครอบครองที่พิพาทในวันเวลาที่โจทก์ฟ้อง ฉะนั้นการที่จำเลยยังคงอยู่ในที่พิพาทต่อมาจึงเป็นเรื่องไม่ยอมสละการครอบครอง หาเป็นความผิดทางอาญาดังฟ้องไม่ ส่วนที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ฐานบุกรุกโดยยักย้ายและทำลายเครื่องหมายเขตที่นาของผู้เสียหายนั้น เห็นว่า หลักไม้ที่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ ถอนทิ้ง เป็นหลักไม้ที่จ่าศาลปักไว้เพื่อการรังวัดสอบเขตตามคำสั่งศาล หลักไม้ที่ปักไว้ดังกล่าวเป็นเพียงเครื่องหมายเขตที่ทำขึ้นเป็นสังเขปเพื่อประโยชน์แก่การบังคับคดี หาใช่หลักหรือเครื่องหมายเขตที่แสดงสิทธิแห่งอสังหาริมทรัพย์โดยแท้จริงไม่ การกระทำของจำเลยที่ ๓ ยังไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๓ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4723/2529 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว โจทก์ นางป้อ จิตรกล้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดภูเขียว · จำเลย - นางป้อ จิตรกล้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุพจน์ นาถะพินธุ · มาโนช เพียรสนอง · สีนวล คงลาภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเขียว - นายวิศิษฏ์ วิศาลสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายนิเวศน์ คำผอง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6630/2556ฎีกา 624/2524ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 363/2518ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3664-3665/2534ฎีกา 3081/2524ฎีกา 5471/2553ฎีกา 185/2566ฎีกา 1898/2505ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5543/2534ฎีกา 18654/2555ฎีกา 1936/2522ฎีกา 435/2535ฎีกา 489/2551ฎีกา 2269/2538ฎีกา 246/2515ฎีกา 1142/2514ฎีกา 1468/2527ฎีกา 1763/2506ฎีกา 5483/2543ฎีกา 45/2507
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา