คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2529
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตีความบทกฎหมายที่กำหนดโทษหนักขึ้นต้องทำโดยเคร่งครัด เฉพาะผู้กระทำความผิดตามที่ระบุไว้ในบทกฎหมายนั้นเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
มาตรา 340 ตรี เป็นบทลงโทษผู้กระทำความผิดตามมาตรา 339, 339 ทวิ, 340 หรือ 340 ทวิ หนักขึ้น จึงต้องตีความโดยเคร่งครัด คือ หมายความเฉพาะตัวผู้กระทำตามที่ระบุไว้ในมาตรา 340 ตรีเท่านั้น การที่พวกของจำเลย 2 คนกระทำผิดโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ แต่จำเลยไม่ได้ใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 340 ตรี คงมีความผิดตามมาตรา 340 วรรคสอง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่าจำเลยบังอาจพาอาวุธมีดปลายแหลม ๑ เล่มไปในเมืองหมู่บ้าน อันเป็นทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และจำเลยกับพวกที่หลบหนีอีก ๒ คนมีอาวุธมีดดังกล่าวกับปืนพก ๑ กระบอกเป็นอาวุธติดตัวไปปล้นทรัพย์รถจักรยานยนต์โดยในการปล้นทรัพย์นี้จำเลยกับพวกได้ร่วมกันใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำผิดและเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี, ๓๗๑, ๙๑, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๑๔, ๑๕ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๖ มาตรา ๔ และให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรค ๒, ๓๗๑ วางโทษฐานปล้นทรัพย์ จำคุก ๑๕ ปี ฐานพาอาวุธมีดไปในเมืองปรับ ๙๐ บาท คำรับสารภาพของจำเลยชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้ ๑ ใน ๓ คงจำคุก ๑๐ ปี ปรับ ๖๐ บาท ไม่ชำระค่าปรับให้บังคับตามมาตรา ๒๙, ๓๐ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคารถจักรยานยนต์ ๒๘,๐๐๐ บาท แก่ผู้เสียหาย
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นคนร้าย ปัญหามีว่า การที่พวกของจำเลยคือคนร้ายอีก ๒ คนกระทำผิดโดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ แต่จำเลยมิได้ใช้ยานพาหนะในการกระทำผิด จำเลยจะต้องร่วมรับผิดฐานปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ตรี ด้วยหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เห็นว่ามาตรา ๓๔๐ ตรี เป็นบทลงโทษผู้กระทำความผิดตามมาตรา ๓๓๙, ๓๓๙ ทวิ, ๓๔๐ หรือ ๓๔๐ ทวิ หนักขึ้น จึงต้องตีความโดยเคร่งครัดคือหมายความเฉพาะตัวผู้กระทำตามที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๔๐ ตรีเท่านั้น สำหรับจำเลยนี้ข้อเท็จจริงปรากฏว่า จำเลยไม่ได้ใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด จำเลยจึงไม่มีความผิดตามมาตรา ๓๔๐ ตรี คงมีความผิดตามมาตรา ๓๔๐ วรรคสอง
พิพากษากลับ ให้บังคับคดีและลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 691/2529
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายมนตรี หรือเติ้ล จอกแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายมนตรี หรือเติ้ล จอกแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุทิศ บุญชู · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายก้อน คงแสนคำ · ศาลอุทธรณ์ - นายวัชรินทร์ รักขพันธ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา