⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 111/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 111/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายในเวลาที่ศาลกำหนด ถือว่าจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลย และสั่งให้จำเลยนำส่งสำเนาอุทธรณ์ภายใน วันที่ 21 มกราคม 2528 หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน 7 วันนับแต่วันส่งไม่ได้ พนักงานเดินหมายไปส่งหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ให้ทนายโจทก์เมื่อวันที่ 23 มกราคม 2528 ต่อมาวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2528 จำเลยยื่นคำแถลงว่าได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ทนายโจทก์แล้วแต่ส่งให้ไม่ได้ขอให้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ใหม่ ซึ่งแสดงว่าจำเลยได้ทราบผลการส่งสำเนาอุทธรณ์นั้นแล้ว การที่จำเลยไม่แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ถือได้ว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้เพื่อการนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบด้วยมาตรา 246 กรณีเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.70 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์จำเลยหย่าขาดจากกัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ภายในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๒๘ หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน ๗ วัน ต่อมาวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๒๘ พนักงานเดินหมายรายงานว่าส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ไม่ได้ศาลชั้นต้นจึงสั่งให้รอฟังโจทก์แถลง (ที่ถูกน่าจะเป็นรอฟังจำเลยแถลง) ครั้นวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ จำเลยแถลงขอให้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ใหม่ศาลชั้นต้นสั่งว่าถือว่าจำเลยทิ้งอุทธรณ์ ให้ส่งสำนวนไปศาลอุทธรณ์พิจารณาสั่งต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยทิ้งอุทธรณ์ ให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในวันที่จำเลยยื่นอุทธรณ์ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า "รับอุทธรณ์ของจำเลย สำเนาให้โจทก์ ให้จำเลยนำส่งภายในวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๒๘ หากส่งไม่ได้ให้แถลงภายใน ๗ วันนับแต่วันส่งไม่ได้" ซึ่งถือว่าจำเลยได้ทราบคำสั่งของศาลชั้นต้นนั้นแล้วและตามรายงานการเดินหมายได้ความว่าพนักงานเดินหมายนำหมายนัดและสำเนาอุทธรณ์ไปส่งให้ทนายโจทก์ในวันที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๒๘ แต่ส่งให้ไม่ได้ ต่อมาวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ จำเลยจึงยื่นคำแถลงต่อศาลว่า ได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ทนายโจทก์แล้ว แต่ส่งให้ไม่ได้ ขอให้ส่งสำเนาอุทธรณ์ให้โจทก์ใหม่ เห็นว่า ตามคำแถลงของจำเลยลงวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ ระบุแจ้งชัดว่า ทนายจำเลยได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้ทนายโจทก์ แต่ส่งให้ไม่ได้ แสดงว่าจำเลยได้ทราบผลการส่งสำเนาอุทธรณ์นั้นแล้ว กรณีหาจำต้องแจ้งผลการส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยทราบอีกดังที่จำเลยฎีกาไม่ การที่จำเลยไม่แถลงเพื่อดำเนินการต่อไปภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดถือได้ว่าจำเลยเพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนดไว้เพื่อการนั้นโดยชอบ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔ (๒) ประกอบมาตรา ๒๔๖ จึงเป็นการทิ้งอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 111/2530 นางวรรณี พิริยะโภคสมบัติ โจทก์ นายประดิษฐ์ พิริยะโภคสมบัติ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวรรณี พิริยะโภคสมบัติ · จำเลย - นายประดิษฐ์ พิริยะโภคสมบัติ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพจิตร วิเศษโกสิน · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายปราโมทย์ บุญนาค · ศาลอุทธรณ์ - นายอัมพร ทองประยูร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2018/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1337/2533ฎีกา 7154/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 866/2518ฎีกา 361/2539ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9203/2547ฎีกา 8337/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 4470/2543ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา