⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1254/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การดำเนินการจัดที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินให้เป็นที่สาธารณะประจำตำบลและหมู่บ้าน ต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามกฎหมายที่ใช้บังคับ.

ย่อคำพิพากษา

คำว่า "ที่ดินรกร้างว่างเปล่า" ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1304(1)ตรงกับคำว่า "ที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน"ตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 การดำเนินการจัดหาที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินทำเป็นที่สาธารณะประจำตำบล และหมู่บ้านตามหนังสือของกระทรวงมหาดไทยถึงคณะกรรมการจังหวัดทุกจังหวัดนั้น จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวกล่าวคือต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไม่ปรากฏว่า ได้มีการดำเนินการตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินฯ ซึ่งมีผลบังคับอยู่ในขณะนั้นแม้จะได้มีการขึ้นทะเบียนที่พิพาทเป็นที่สาธารณะประจำหมู่บ้าน ก็ไม่มีผลให้ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะประจำหมู่บ้านไปได้ โจทก์เข้าครอบครองที่พิพาทก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ทางราชการได้ออกใบเหยียบย่ำให้ เมื่อประกาศใช้ ป.ที่ดินโจทก์ได้แจ้งการครอบครองไว้แล้ว ทั้งยังครอบครองตลอดมา ที่พิพาทจึงเป็นสิทธิของโจทก์.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.2 ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.4 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367 พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ม.4 พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ม.5

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินตามใบเหยียบย่ำและเข้าครอบครองทำประโยชน์ตั้งแต่ พ.ศ. 2491 ตลอดมา ทั้งได้แจ้งการครอบครองแบบ ส.ค. 1 ไว้ จำเลยซึ่งเป็นกำนันตำบลบ่อนไได้นำเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดสอบเขตที่ดินของโจทก์อ้างว่าที่ดินดังกล่าวเป็นที่สาธารณประโยชน์ประจำหมู่บ้านสำหรับประชาชนใชช้ประโยชน์ร่วมกันอันเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริตก่อให้เกิดดความเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาว่าที่ดินตามฟ้องเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเข้ารบกวนการครอบครองให้จำเลยรื้อถอนหลักหิน 2 หลัก และป้ายที่ปักไว้ออกไป มิฉะนั้นให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาและให้จำเลยชดใช้ค่าทดแทนแก่โจทก์ 100,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า ที่ดินตามฟ้องเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินสาธารณประโยชน์สำหรับประชาชนใช้ร่วมกันซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้สงวนหวงห้ามไว้ตั้งแต่ พ.ศ.2486 ที่ดินดังกล่าวยังไม่มีการเพิกถอนสภาพ แม้โจทก์จะได้ครอบครองทำประโยชน์ก็ไม่อาจยกอายุความการได้สิทธิในที่ดินมาเป็นข้อกล่าวอ้างได้ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "การที่กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือถึงคณะกรรมการจังหวัดทุกจังหวัดให้จัดหาที่ดินทำเป็นที่สาธารณะประจำตำบลและหมู่บ้านจากที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินแล้วรีบรายงานมายังกระทรวงมหาดไทยเพื่อจะได้ออกกฎหมายหวงห้ามไว้นั้น "...คำว่า "ที่ดินรกร้างว่างเปล่า" ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1304(1) ตรงกับคำว่า "ที่ดินรกร้างว่างเปล่า" อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน" ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.2478 ซึ่งในขณะดำเนินการในเรื่องนี้ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 5 บัญญัติวิธีการในการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าคือให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและประกาศในราชกิจจานุเบกษา...เมื่อไม่ปรากฎว่าได้มีการดำเนินการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ซึ่งมีผลบังคับอยู่และมิได้ปฏิบัติตามหนังสือกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวแต่อย่างใด เหตุนี้แม้จะได้มีการขึ้นทะเบียนที่พิพาทเป็นที่สาธารณะประจำหมู่บ้านที่ไม่เป็นผลให้ที่พิพาทเป็นที่สาธารณะประจำหมู่บ้านไปได้ เนื่องจากมิได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติที่กฎหมายกำหนดไว้...โจทก์เข้าครอบครองที่พิพาทเมื่อ พ.ศ. 2491 ก่อนประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ทางราชการออกใบเหยียบย่ำให้ในปีที่โจทก์เข้าครอบครอง เมื่อมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดินโจทก์ก็ได้ไปแจ้งการครอบครองแบบ ส.ค.1 ไว้ทั้งยังครอบครองตลอดมาจนบัดนี้ ที่พิพาทจึงเป็นสิทธิของโจทก์... พิพาทษากลับเป็นว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยรบกวนการครอบครองของโจทก์ ให้จำเลยรื้อถอนหลักหิน 2 หลัก และป้ายประกาศที่แสดงว่าที่พิพาทเป็นที่สาธารณะออกไป". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1254/2530 นาย สงัด อรุณศิริ โจทก์ นาย บุญ โชติ พงษ์ น้อย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย สงัด อรุณศิริ · จำเลย - นาย บุญ โชติ พงษ์ น้อย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชวลิต นราลัย · อภินย์ ปุษปาคม · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 734/2516ฎีกา 1534/2565ฎีกา 1377-1378/2536ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1280/2492ฎีกา 609/2522ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 2775/2541ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 6163/2537ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ