⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 158/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คดีที่มีทุนทรัพย์ไม่เกินสองหมื่นบาท ห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริง เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาลอุทธรณ์

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าทรัพย์สิน 5 รายการรวมราคา 7,800 บาท ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเป็นทรัพย์สินของผู้ร้อง ขอให้ปล่อยทรัพย์ที่ยึด เป็นคดีมีทุนทรัพย์และราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกินสองหมื่นบาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 เมื่อศาลชั้นต้นยกคำร้องโดยฟังว่าทรัพย์ที่นำยึดไม่ใช่ของผู้ร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าทรัพย์ดังกล่าวเป็นของผู้ร้อง จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยให้ จึงเป็นการไม่ชอบและผู้ร้องจะฎีกาข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้สืบเนื่องมาจากโจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยที่ ๑ เพื่อบังคับชำระหนี้โจทก์ตามคำพิพากษา รวม ๕ รายการ รวมราคา ๗,๘๐๐ บาท ผู้ร้องทั้งสองยื่นคำร้องขอให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าว โจทก์ให้การว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ของผู้ร้อง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้ผู้ร้องยื่นคำร้องว่าทรัพย์สิน ๕ รายการรวมราคา ๗,๘๐๐ บาท ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเป็นทรัพย์สินของผู้ร้องทั้งสอง เป็นคดีมีทุนทรัพย์และราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกินสองหมื่นบาทซึ่งต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๑๘ มาตรา ๓ เมื่อศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า ทรัพย์สินที่ยึดเป็นของจำเลยที่ ๑ ไม่ใช่ของผู้ร้อง มีคำสั่งยกคำร้องของผู้ร้อง การที่ผู้ร้องอุทธรณ์ว่าพยานหลักฐานที่ผู้ร้องนำสืบฟังได้ว่าทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้อง จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามตามกฎหมายดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้จึงเป็นการไม่ชอบ ผู้ร้องจะฎีกาในข้อเท็จจริงขึ้นมาอีกหาได้ไม่ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และให้ยกฎีกาผู้ร้อง คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่ผู้ร้อง ค่าทนายความให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 158/2530 ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด โจทก์ นายประพจน์ พจนสุภาวรรณ กับพวก ผู้ร้อง นายสุรัตน์ ตั้งประดิษฐ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด · ผู้ร้อง - นายประพจน์ พจนสุภาวรรณ กับพวก · จำเลย - นายสุรัตน์ ตั้งประดิษฐ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุทิน นนทแก้ว · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายวิบูลย์ สุนทรวิภาต · ศาลอุทธรณ์ - นายนิธิ ไขแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 396/2523ฎีกา 6412-6413/2538ฎีกา 244/2535ฎีกา 33/2501ฎีกา 704/2522ฎีกา 184/2536ฎีกา 12701/2557ฎีกา 264/2547ฎีกา 1463/2509ฎีกา 472/2551ฎีกา 3409/2525ฎีกา 108/2546ฎีกา 1224/2508ฎีกา 6039/2545ฎีกา 5845/2540ฎีกา 364/2536ฎีกา 4957/2536ฎีกา 4098/2539ฎีกา 1107/2493ฎีกา 4982/2541ฎีกา 4123/2543ฎีกา 2630/2545ฎีกา 667/2511ฎีกา 3643/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา