⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1966/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันนั้น โจทก์จะอ้างความเป็นเจ้าของหรือสิทธิครอบครองไม่ได้ และไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่ผู้ครอบครอง.

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ร่วมกันโจทก์จะอ้างความเป็นเจ้าของหรือสิทธิครอบครองเหนือที่ดินพิพาทไม่ได้เมื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทอยู่ จำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธิในที่ดินนั้นดีกว่าโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสอง.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1367

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินแปลงหนึ่งเนื้อที่ 18 ไร่ต่อมาโจทก์แบ่งที่ดินดังกล่าวให้แก่จำเลยที่ 1 ทำกินเพื่อเลี้ยงดูโจทก์ เป็นเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2525 โจทก์ประสงค์จะเข้าทำกินในที่ดินเอง แต่จำเลยที่ 1 นำที่ดินไปให้จำเลยที่ 2ทำกินต่างดอกเบี้ย จึงขอให้ขับไล่จำเลยทั้งสองและบริวารออกไปจากที่ดินพิพาท จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ขายที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1ต่อมาจำเลยที่ 1 ทำสัญญาจะซื้อขายให้แก่บุตรของจำเลยของจำเลยที่ 2จำเลยที่ 2 มีสิทธิเข้าทำกินโดยอาศัยสิทธิของบุตรจำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้อง ระหว่างสืบพยานโจทก์ โจทก์ถึงแก่กรรม นางหลัก พาหาร บุตรสาวโจทก์ขอเข้ามาเป็นคู่ความแทนที่โจทก์ผู้มรณะ ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์จำเลยนำสืบและที่ศาลล่างทั้งสองรับฟังมาว่า จำเลยที่ 1 เป็นหลานสาวโจทก์ที่ดินพิพาทเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินตาม ส.ค.1 เลขที่ 139 ของโจทก์ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 13 ตำบลลานป่า อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ที่ดินแปลงนี้เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยเป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ร่วมกัน เมื่อ พ.ศ. 2522 จำเลยที่ 1ได้เข้าครอบครองทำนาในที่ดินแปลงนี้ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มีนาคม2525 จำเลยที่ 1 ได้ขายที่ดินแปลงนี้ให้แก่จำเลยที่ 2 และขณะนี้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองที่ดังกล่าวอยู่ประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว เมื่อฟังว่าที่ดินพิพาทเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน โดยเป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ประชาชนใช้เป็นที่เลี้ยงสัตว์ร่วมกัน โจทก์จะอ้างความเป็นเจ้าของหรือสิทธิครอบครองเหนือที่ดินพิพาทไม่ได้ ผู้ใดครอบครองอยู่ผู้นั้นย่อมมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นเมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า ขณะนี้จำเลยที่ 2 เป็นผู้ครอบครองที่ดินพิพาทอยู่จำเลยที่ 2 ย่อมมีสิทธิในที่ดินนั้นดีกว่าโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่ดินพิพาทได้ ปัญหาตามฎีกาของโจทก์ที่จำเลยที่ 1 เข้าครอบครองทำนาในที่ดินพิพาทโดยซื้อจากโจทก์ หรือโจทก์ให้อาศัยทำกินและจำเลยที่ 1 มีสิทธินำที่ดินพิพาทไปขายให้แก่จำเลยที่ 2 หรือไม่ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัย ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1966/2530 นางบุตตา พาหาร โจทก์ นางดอกไม้ โสมทอง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางบุตตา พาหาร · จำเลย - นางดอกไม้ โสมทอง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 770/2535ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1280/2492ฎีกา 609/2522ฎีกา 817/2490ฎีกา 194/2543ฎีกา 2775/2541ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2938/2519ฎีกา 2718/2538ฎีกา 5640/2541ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 6163/2537ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3803/2538ฎีกา 805/2506ฎีกา 824-825/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ