⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2348/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยได้คืนทรัพย์สินที่ยักยอกไปให้แก่ผู้เสียหายแล้ว ไม่เป็นการระงับสิทธินำคดีอาญามาฟ้อง เว้นแต่จะมีการแสดงเจตนาชัดแจ้งว่าผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีอาญา

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยักยอกเงินผู้เสียหาย แม้ภายหลังจะมอบเงินคืนแก่ผู้เสียหายแล้วก็ตาม แต่บันทึกการรับเงินไม่มีข้อความว่าผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีอาญาแก่จำเลย จึงไม่เป็นการยอมความสิทธินำคดีอาญามาฟ้องไม่ระงับ จำเลยถูกฟ้องคดีอาญาหลายคดีและต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกในคดีหนึ่งไปแล้ว จึงไม่สมควรรอการลงโทษแก่จำเลย แต่การที่จำเลยได้ใช้เงินที่ยักยอกคืนแก่ผู้เสียหายแล้ว เป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งความผิด สมควรลงโทษจำเลยสถานเบา.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.78

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยักยอกเงินจำนวน 7,100 บาท ไปจากบริษัทประกันชีวิตศรีอยุธยา จำกัด ผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352, 353 ให้จำเลยใช้เงิน 7,100 บาทแก่ผู้เสียหายและให้นับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีหมายเลขดำที่897/2527, 1367/2527 และ 1368/2527 ของศาลชั้นต้น จำเลยให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นจำเลยคนเดียวกันจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 897/2527, 1367/2527 และ 1368/2527 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 จำคุก 6 เดือน ให้จำเลยใช้เงิน 7,100 บาท แก่ผู้เสียหายนับโทษจำเลยต่อจากโทษในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 1923/2527 ของศาลชั้นต้น คำขอนอกนั้นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาในศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คงมีปัญหาในชั้นนี้ตามฎีกาของจำเลยว่ามีการยอมความทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับ หรือไม่... และหากฟังว่าจำเลยกระทำผิดสมควรลงโทษจำเลยสถานเบาหรือรอการลงโทษจำเลยหรือไม่ พิเคราะห์แล้ว ในปัญหาข้อแรกนั้น ถึงแม้จะปรากฏข้อเท็จจริงว่าหลังจากเกิดเหตุแล้ว ในต้นปี พ.ศ.2527 จำเลยได้ส่งมอบเงิน 7,100 บาท เต็มตามจำนวนเงินในเช็คที่จำเลยรับไปให้แก่ผู้เสียหายโดยได้มอบให้แก่ นายนิยม แก้วชัด ผู้จัดการสาขาคนใหม่ของผู้เสียหายและนายนิยมได้ทำบันทึกการรับเงินตามเอกสารหมาย ล.1 ก็ตาม แต่ไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงกันว่า ผู้เสียหายไม่ติดใจดำเนินคดีอาญาแก่จำเลยอย่างใด และในเอกสารหมาย ล.1 ก็ปรากฏข้อความเพียงว่าได้รับเงินไว้เรียบร้อยแล้วเท่านั้น ฟังไม่ได้ว่ามีการยอมความกันโดยถูกต้องตามกฎหมาย อันจะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปฎีกาข้อนี้ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" สำหรับปัญหาข้อสุดท้ายที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบา หรือรอการลงโทษนั้น ปรากฏว่าจำเลยต้องคำพิพากษาให้ลงโทษจำคุกในคดีหมายเลขแดงที่ 1923/2527 ของศาลชั้นต้น และถูกฟ้องคดีอาญาอีกหลายคดี จึงไม่สมควรรอการลงโทษแก่จำเลยแต่ปรากฏว่า จำเลยได้ใช้เงินที่ยักยอกไปให้แก่ผู้เสียหายแล้ว เป็นการบรรเทาผลร้ายแห่งความผิดสมควรลงโทษจำเลยสถานเบา และจำเลยไม่ต้องใช้เงิน 7,100 บาทแก่ผู้เสียหายดังที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษามา พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย 2 เดือน และยกคำขอที่ให้ใช้เงินแก่ผู้เสียหาย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2348/2530 พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงราชบุรี โจทก์ นายสมนึก เครือสาครวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาลแขวงราชบุรี · จำเลย - นายสมนึก เครือสาครวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1332-1335/2511ฎีกา 1891/2500ฎีกา 180/2554ฎีกา 1656/2512ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 5598/2540ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 6416/2541ฎีกา 1979/2521ฎีกา 1499/2531ฎีกา 1790/2521ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 5806/2534ฎีกา 9076/2558ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 45/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ