⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2861/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2861/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้จัดการมรดกมีอำนาจจัดการทรัพย์มรดกที่จำเป็นได้ และทายาทคนหนึ่งจะถือเอาประโยชน์จากทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งเป็นของตนแต่ผู้เดียวไม่ได้. คำสั่งศาลที่ให้ถอนผู้จัดการมรดกมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีนั้น และบุคคลภายนอกจะอ้างอิงได้ต่อเมื่อคำสั่งนั้นถึงที่สุดแล้ว.

ย่อคำพิพากษา

ในระหว่างจัดการมรดก โจทก์ซึ่งเป็นผู้จัดการมรดกย่อมมีอำนาจที่จะกระทำการใด ๆ ในทางจัดการที่จำเป็นได้ ดังบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1736 จำเลยและบริวารเข้าครอบครองอาคารพิพาทโดยทายาทอื่นมิได้ยินยอม ทำให้ทายาทอื่นขาดผลประโยชน์จากการใช้อาคาร จึงเป็นการละเมิด แม้จำเลยจะเป็นทายาทคนหนึ่ง จำเลยก็ไม่อาจถือเอาประโยชน์จากทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งเป็นของตนแต่ผู้เดียว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคแรก ที่ให้คำพิพากษาหรือคำสั่งมีผลผูกพันนับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งจนกว่าถูกเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่น นั้น เป็นเรื่องที่ให้ถือว่าผูกพันเฉพาะคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่งดังกล่าวเท่านั้น คำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดกจึงผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเรื่องนั้นไม่ผูกพันคู่ความในคดีนี้ซึ่งเป็นคนละคดีกัน และจำเลยไม่อาจยกคำสั่งดังกล่าวขึ้นอ้างอิงในคดีนี้ได้ เพราะคำพิพากษาหรือคำสั่งเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคลที่บุคคลภายนอกจะยกขึ้นใช้อ้างอิงได้ต้องเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดแล้วเท่านั้น.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.147 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1736 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1745

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกของนางสาวศิริพร แซ่ตั้ง ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยซึ่งเป็นทายาทคนหนึ่งของนางสาวศิริพรและบริวารให้ออกจากอาคาร และขอให้ใช้ค่าเสียหายจากการทำอาคารเสียหายกับค่าขาดประโยชน์ จำเลยให้การว่า จำเลยเข้าไปดูแลรักษาอาคารเพราะโจทก์ละทิ้งอาคารพิพาทให้ชำรุดทรุดโทรม จำเลยไม่ได้ทำให้อาคารเสียหายขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับ โจทก์ทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ขณะคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลมีคำสั่งถอนโจทก์ทั้งสองจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวศิริพรแล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์เป็นพับ โจทก์ทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่คู่ความรับกันและนำสืบตรงกันว่า โจทก์ทั้งสองกับจำเลยต่างเป็นพี่น้องและทายาทของนางสาวศิริพร แซ่ตั้ง และสิทธิการเช่าอาคารพิพาทเป็นมรดกของนางสาวศิริพร ผู้ตาย อันตกได้แก่โจทก์ จำเลย และทายาทอื่น รวม ๖ คน ขณะฟ้องคดีนี้ โจทก์ทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวศิริพร แซ่ตั้ง ตามคำสั่งศาล คดีหมายเลขแดงที่ ๒๕๓/๒๕๒๑ ของศาลชั้นต้น ต่อมาระหว่างพิจารณาคดีนี้ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ถอนโจทก์ทั้งสองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกและตั้งจำเลยกับพวกเป็นแทน คดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า โจทก์ทั้งสองมีอำนาจฟ้องอุทธรณ์หรือไม่ เห็นว่าในคดีขอเป็นผู้จัดการมรดกแม้ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้ถอนโจทก์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของนางสาวศิริพร แซ่ตั้ง ก็ตามแต่คดียังไม่ถึงที่สุด เพราะโจทก์อุทธรณ์คำสั่งในคดีดังกล่าวอยู่ ข้อเท็จจริงยังรับฟังเป็นยุติไม่ได้ จึงจะใช้ยันบุคคลภายนอกคดีไม่ได้ บทบัญญัติของประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ วรรคแรก ที่ว่าคำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้มีผลผูกพันนับแต่วันที่ได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งจนถึงวันที่คำพิพากษาหรือคำสั่งดังกล่าวถูกเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างอื่นนั้นเป็นเรื่องที่ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือมีคำสั่งนั้นเท่านั้น ดังนั้น คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้ถอนโจทก์จากการเป็นผู้จัดการมรดก จึงมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๕๓/๒๕๒๑ ของศาลชั้นต้น หามีผลผูกพันถึงคู่ความในคดีนี้ไม่ แม้จำเลยจะเป็นผู้ร้องขอให้ถอนโจทก์ออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกในคดีดังกล่าวก็ตาม แต่ก็เป็นคู่ความคนละคดีกัน จำเลยจึงไม่อาจยกขึ้นอ้างอิงในคดีนี้ได้ ทั้งนี้เพราะคำพิพากษาเกี่ยวด้วยฐานะหรือความสามารถของบุคคล จะยกขึ้นใช้อ้างอิงหรือใช้ยันแก่บุคคลภายนอกได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๕ (๑) ก็ต่อเมื่อเป็นคำพิพากษาหรือคำสั่งที่ถึงที่สุดแล้วเท่านั้น เมื่อโจทก์ยังอุทธรณ์คำสั่งในคดีหมายเลขแดงที่ ๒๕๓/๒๕๒๑ ของศาลชั้นต้นและคดีอยู่ระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องอุทธรณ์คดีนี้ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องอุทธรณ์นั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ปัญหาต่อไปมีว่า โจทก์มีสิทธิขับไล่จำเลยและเรียกค่าเสียหายหรือไม่ ประเด็นดังกล่าวศาลอุทธรณ์ยังมิได้วินิจฉัยแต่ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่จำเป็นต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยและเห็นสมควรวินิจฉัยไปเสียทีเดียว และเห็นว่าโจทก์เป็นผู้จัดการมรดก ในระหว่างจัดการย่อมมีอำนาจที่จะกระทำการใด ๆ ในทางจัดการที่จำเป็นได้ เช่นการฟ้องคดีหรือแก้ฟ้องในศาลและอื่น ๆ เพื่อรวบรวมทรัพย์มรดกแบ่งปันแก่ทายาท ดังบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๓๖ ข้อเท็จจริงจำเลยยอมรับว่าจำเลยและบริวารได้เข้าไปครอบครองอาคารพิพาท ซึ่งการเข้าไปครอบครองดังกล่าวทายาทอื่นมิได้ยินยอมทำให้ทายาทอื่นขาดผลประโยชน์จากการใช้อาคารดังกล่าว จึงเป็นการละเมิด แม้จำเลยจะเป็นทายาทคนหนึ่งก็ตาม ก็ไม่อาจถือเอาประโยชน์จากทรัพย์มรดกที่ยังไม่ได้แบ่งเป็นของตนแต่ผู้เดียว โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขับไล่จำเลยได้ หลังจากนั้นศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยต้องชดใช้ค่าเสียหายจากการขาดประโยชน์เพราะไม่ได้ใช้อาคารเท่าค่าเช่าที่จะให้เช่าได้ พิพากษากลับ ให้จำเลยและบริวารออกไปจากอาคารพาณิชย์ เลขที่๖๕๔ ถนนประโคนชัย ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้แก่โจทก์เดือนละ๑๒,๐๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากอาคารพิพาท ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2861/2530 นายวงศ์ ศาสตร์เปล่งแสง กับพวก โจทก์ นางสาวศิริพร แซ่ตั้ง นายสุวรรณ ศาสตร์เปล่งแสง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวงศ์ ศาสตร์เปล่งแสง กับพวก · แซ่ตั้ง - นางสาวศิริพร · จำเลย - นายสุวรรณ ศาสตร์เปล่งแสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สาระ เสาวมล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายสมบัติ เดียวอิศเรก · ศาลอุทธรณ์ - นายสกล เหมือนพะวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 7662/2546ฎีกา 1022/2551ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5272/2544ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8735/2542ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 2345/2540ฎีกา 643/2497ฎีกา 8108/2542ฎีกา 6868/2541ฎีกา 5150/2552ฎีกา 1733/2498ฎีกา 560/2529ฎีกา 70/2518ฎีกา 1592/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา