คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3220/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของผู้ที่แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มิได้ปฏิบัติการตามหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่เป็นความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 หรือมาตรา 267
ย่อคำพิพากษา
สุ.และส. เป็นข้าราชการรับแจ้งและจดข้อความอันเป็นเท็จจากจำเลยในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของคุรุสภา สุ.และส. จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ตาม ป.อ.มาตรา 137,267 การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267,83, 91, 92, 32, 33 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และเพิ่มโทษจำเลยด้วย
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 267, 268 จำเลยกระทำผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานและให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จเป็นความผิดกรรมเดียว ให้ลงโทษตามมาตรา 267 ซึ่งเป็นบทหนัก แต่เนื่องจากจำเลยกระทำผิด 3 กระทง ลงโทษจำคุกกระทงละ 1 ปี เป็นจำคุก 2 ปีสำหรับความผิดฐานใช้เอกสารเท็จและแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จ ลงโทษตามมาตรา 268 จำคุก 1 ปี รวมจำคุก 3 ปีเพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 เป็นจำคุก 4 ปี
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ขอให้ลงโทษจำเลยฐานแจ้งให้เจ้าพนักงาน คือนางสาวสุอารีย์ จงเอื้อกลาง เจ้าหน้าที่ธุรการประจำสำนักงานศึกษาธิการอำเภอบัวใหญ่ และนายสมาน ศิริวัฒน์ศึกษาธิการอำเภอบัวใหญ่ จดข้อความอันเป็นเท็จนั้น เห็นว่านางสาวอารีย์กับนายสมานรับแจ้งและจดข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าวในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของคุรุสภา แม้บุคคลทั้งสองจะเป็นข้าราชการแต่ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นเจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 การกระทำในส่วนนี้ของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว ปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ฎีกาขึ้นมาด้วย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยให้ถูกต้อง
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดในฟ้องข้อ (ก) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 267 กระทงหนึ่ง และในฟ้องข้อ (ข)ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 อีกกระทงหนึ่ง เป็นความผิด 2 กระทงแต่ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268 วรรคสอง กระทงเดียว ให้จำคุก 1 ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 92 รวมเป็นจำคุก 1 ปี 4 เดือน คำขออื่นให้ยกเสีย".
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3220/2530
พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด นครราชสีมา ( อำเภอ บัว ใหญ่ โจทก์
นาย เฉลียว เจน กลาง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล จังหวัด นครราชสีมา ( อำเภอ บัว ใหญ่ · จำเลย - นาย เฉลียว เจน กลาง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน |
| แหล่งที่มา | สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ