คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4408/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลอื่นลอบได้เสียกับบุตรซึ่งยังอยู่ในอำนาจปกครองของผู้ปกครอง และยังคงกระทำต่อเนื่องไปอีกหลังจากถูกห้ามปราม ย่อมเป็นการข่มเหงผู้ปกครองอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม และการกระทำต่อบุคคลนั้นเพราะบันดาลโทสะที่เกิดขึ้นจากการข่มเหงดังกล่าว ไม่ถือเป็นความผิด
ย่อคำพิพากษา
ส.อายุ 19 ปี ยังอยู่ในความปกครองของจำเลยและอยู่ร่วมบ้านเดียวกับจำเลยผู้เป็นบิดา ผู้ตายมีโจทก์เป็นภริยาอยู่แล้วมารักใคร่ชอบพอถึงขั้นได้เสียกับ ส.จน ส.ตั้งครรภ์ต้องไปทำแท้ง ต่อมามีเรื่องทะเลาะวิวาทระหว่างโจทก์กับ ส.จนจำเลยห้ามผู้ตายไม่ให้ยุ่งเกี่ยวกับ ส.อีก แต่ผู้ตายไม่เชื่อฟังกลับลักลอบมาหลับนอนกับ ส.ขณะที่จำเลยไม่อยู่บ้าน เป็นการกระทำที่หยามเหยียดปราศจากความยำเกรงจำเลยผู้เป็นบิดาผู้ใช้อำนาจปกครอง การที่ในคืนเกิดเหตุผู้ตายได้ขึ้นไปหลับนอนกับ ส.บนบ้านจำเลย ย่อมเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ที่จำเลยยิงผู้ตายไปในขณะนั้นย่อมถือได้ว่าจำเลยกระทำผิดเพราะบันดาลโทสะ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นภริยาชอบด้วยกฎหมายของนายจำแลง ฉินทสงเคราะห์ จำเลยได้ใช้อาวุธปืนยิงนายจำแลงโดยเจตนาฆ่า เป็นเหตุให้นายจำแลงถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ประทับฟ้องโจทก์ไว้พิจารณา
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับเป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ลงโทษจำคุก ๑๕ ปี
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในขณะที่ผู้ตายอยู่ในห้องนอนของนางสาวสมจิตรบุตรจำเลย แล้ววินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ขณะเกิดเหตุนางสาวสมจิตรมีอายุได้ ๑๙ ปี ยังอยู่ในความปกครองของจำเลย และอยู่ร่วมบ้านเดียวกับจำเลยผู้เป็นบิดา ผู้ตายมีโจทก์เป็นภริยาอยู่แล้วมารักใคร่ชอบพอจนถึงขั้นได้เสียกับนางสาวสมจิตรจนนางสาวสมจิตรตั้งครรภ์ต้องไปทำแท้ง และต่อมาก็มีเรื่องทะเลาะวิวาทระหว่างโจทก์กับนางสาวสมจิตรจนจำเลยต้องห้ามผู้ตายไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับนางสาวสมจิตรอีกแต่ผู้ตายก็ไม่เชื่อฟังกลับลักลอบมาหลับนอนกับนางสาวสมจิตรขณะที่จำเลยไม่อยู่บ้านเป็นการกระทำที่หยามเหยียดปราศจากความยำเกรงจำเลยผู้เป็นบิดาผู้ใช้อำนาจปกครองการที่ในคืนเกิดเหตุผู้ตายได้ขึ้นไปหลับนอนกับนางสาวสมจิตรบนบ้านจำเลย ย่อมเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ที่จำเลยยิงผู้ตายไปในขณะนั้นย่อมถือได้ว่า จำเลยกระทำผิดเพราะบันดาลโทสะควรลงโทษน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนด
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ลงโทษจำคุก ๕ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4408/2530
นางเพ็ง ฉินทสงเคราะห์ โจทก์
นายจำรัส สายนาค จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางเพ็ง ฉินทสงเคราะห์ · จำเลย - นายจำรัส สายนาค |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | คำนึง อุไรรัตน์ · ดุสิต วราโห · สวัสดิ์ รอดเจริญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายอภิรัตน์ ลัดพลี · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วิธุรัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา