⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5183/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5183/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1533

ย่อคำพิพากษา

คดีฟ้องหย่าและขอแบ่งสินสมรสเป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัวไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ 5 ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา 1533 บัญญัติว่า เมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน การที่โจทก์จำเลยยังไม่ได้หย่ากันเพียงแต่เคยแยกกันอยู่ ถือไม่ได้มีแบ่งสินสมรสกันแล้วจึงต้องแบ่งสินสมรสให้โจทก์จำเลยได้ส่วนเท่ากันตามนัย มาตรา 1533 ดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1533

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยไปจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ หากจำเลยไม่ยอมให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยแบ่งสินสมรสให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากแบ่งกันไม่ได้ให้เอาทรัพย์ออกขายทอดตลาดเพื่อเอาเงินแบ่งกัน จำเลยให้การต่อสู้หลายประการและว่าได้มีการแบ่งทรัพย์สินที่ได้มาในระหว่างสมรสจนหมดแล้ว จำเลยไม่มีทรัพย์สินจะแบ่งให้โจทก์อีก ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยไปจดทะเบียนหย่ากับโจทก์ หากจำเลยไม่ไปให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยแบ่งทรัพย์สินคือยุ้งข้าวและที่นาให้โจทก์ครึ่งหนึ่ง หากแบ่งไม่ได้ให้เอาทรัพย์ออกขายทอดตลาดเอาเงินแบ่งกัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ สำหรับการแบ่งทรัพย์สินทั้งสองรายการ (คือยุ้งข้าวกับที่นา) นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยแก้ฎีกาว่า คดีนี้ราคาทรัพย์สินที่พิพาทไม่เกินห้าหมื่นบาท ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขคำพิพากษาศาลชั้นต้นเพียงเล็กน้อย จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในข้อเท็จจริงนั้น เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอหย่ากับจำเลย และขอแบ่งสินสมรส เป็นคดีเกี่ยวด้วยสิทธิในครอบครัว ไม่ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘ จำเลยจึงมีสิทธิฎีกาได้ ในปัญหาเรื่องการแบ่งทรัพย์สินที่นาและยุ้งข้าว ตามฎีกาของโจทก์นั้น ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าทรัพย์พิพาทดังกล่าวเป็นสินสมรส เห็นว่า ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๕ ที่ได้ตรวจชำระใหม่ มาตรา ๑๕๓๓ บัญญัติว่าเมื่อหย่ากันให้แบ่งสินสมรสให้ชายและหญิงได้ส่วนเท่ากัน การที่โจทก์จำเลยยังไม่ได้หย่ากัน เพียงแต่เคยแยกกันอยู่ จึงถือไม่ได้ว่ามีการแบ่งสินสมรสกันแล้ว ในชั้นฎีกาพิพาทกันเฉพาะที่นาและยุ้งข้าวซึ่งเป็นสินสมรส จึงต้องแบ่งให้โจทก์และจำเลยได้ส่วนเท่ากัน ตามนัย มาตรา ๑๕๓๓ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5183/2530 นางคำตา เกษทอง หรือแสนเพียง โจทก์ นายมี เกษทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคำตา เกษทอง หรือแสนเพียง · จำเลย - นายมี เกษทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · อภินย์ ปุษปาคม · ชวลิต นราลัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสกลนคร - นายชนะ ภาสกานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย กันนะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5302/2548ฎีกา 1015/2509ฎีกา 824/2519ฎีกา 1590/2513ฎีกา 4015/2528ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 1229/2545ฎีกา 2812/2539ฎีกา 1030/2509ฎีกา 817/2490ฎีกา 1339/2543ฎีกา 8732/2549ฎีกา 2186/2550ฎีกา 891/2510ฎีกา 825/2509ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 142/2530ฎีกา 2290/2535ฎีกา 1028/2564ฎีกา 5911-5913/2533ฎีกา 1783/2527ฎีกา 1286-1287/2503ฎีกา 6196/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา