⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1780/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1780/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีอาญาที่ต้องร้องทุกข์หรือฟ้องภายในอายุความ หากในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลภายในกำหนดเวลาดังกล่าว คดีนั้นย่อมเป็นอันขาดอายุความ

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์จะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยภายในกำหนดอายุความสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลยผู้กระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 96 และฟ้องจำเลยภายในกำหนดอายุความ 5 ปี นับแต่วันกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 (5) แล้วก็ตาม เมื่อในชั้นไต่สวนมูลฟ้องไม่ได้ตัวจำเลยมาศาลภายในกำหนดเวลาดังกล่าว คดีของโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 95 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.95 ประมวลกฎหมายอาญา ม.96 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๒๓ สั่งจ่ายเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท โจทก์ได้รับเช็คไว้เพื่อเป็นการชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดจึงนำไปเรียกเก็บเงิน แต่ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน การกระทำของจำเลยมีเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค หรือออกเช็คในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีพอที่จะใช้เงิน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยออกเช็คพิพาทลงวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๒๓ จำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท นำมาแลกเงินสดไปจากโจทก์เมื่อเช็คพิพาทถึงกำหนดชำระเงิน โจทก์นำไปเข้าบัญชีของโจทก์ที่ธนาคารเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คพิพาทปฏิเสธการจ่ายเงินเมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๒๔ โดยให้เหตุผลว่าโปรดติดต่อผู้สั่งจ่าย โจทก์ไปร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยที่สถานีตำรวจนครบาลบางเขนเมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๒๔ และมาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๙ แล้วพิพากษายกฟ้องในวันเดียวกัน ปัญหามีว่าคดีของโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ เห็นว่า แม้ว่าโจทก์จะร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับจำเลยภายในกำหนดอายุความสามเดือนนับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวจำเลยผู้กระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๖ และโจทก์มาฟ้องจำเลยคดีนี้ภายในอายุความห้าปีนับแต่วันกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ (๕) แล้วก็ตาม แต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ วรรแรก บัญญัติไว้ชัดว่า "ในคดีอาญา ถ้ามิได้ฟ้องและได้ตัวผู้กระทำความผิดมายังศาลภายในกำหนดดังต่อไปนี้ นับแต่วันกระทำความผิดเป็นอันขาดอายุความ ฯลฯ" ตามบทบัญญัติดังกล่าวแสดงว่าต้องฟ้องและได้ตัวผู้กระทำผิดมายังศาลแล้ว คดีจึงจะไม่ขาดอายุความ และเห็นว่าบทบัญญัติเรื่องอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๕ นี้เป็นบทบัญญัติทั่วไป ไม่ได้ใช้บังคับในกรณีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์เท่านั้น ในกรณีที่ราษฎรเป็นโจทก์อย่างเช่นคดีนี้ก็ต้องถือหลักอย่างเดียวกัน การที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องของโจทก์ต่อไปนั้น จะถือว่าระหว่างนั้นได้ตัวจำเลยมายังศาลและจำเลยอยู่ในอำนาจศาลแล้วหาได้ไม่ และจะนำเอาบทบัญญัติในทางแพ่งเรื่องอายุความสะดุดหยุดลงเมื่อฟ้องคดีมาใช้บังคับไม่ได้ ขณะที่ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนมูลฟ้องเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๒๙ นั้นเป็นเวลาเกินห้าปี นับแต่วันจำเลยกระทำผิดตามฟ้องแล้วคดีของโจทก์ย่อมขาดอายุความ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1780/2531 นางศรีสุดา โง้วมั่นคง โจทก์ นางนันทนา หลีกเมฆ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางศรีสุดา โง้วมั่นคง · จำเลย - นางนันทนา หลีกเมฆ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสนอง เล่าศรีวรกต · ศาลอุทธรณ์ - นายสมมาตร พรหมานุกูล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5414/2536ฎีกา 5822/2531ฎีกา 666/2502ฎีกา 2246/2526ฎีกา 2829/2531ฎีกา 123/2528ฎีกา 1368/2505ฎีกา 5494/2534ฎีกา 729/2530ฎีกา 198/2564ฎีกา 7687/2553ฎีกา 4225/2559ฎีกา 5103/2528ฎีกา 1915/2529ฎีกา 164/2512ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 1127/2523ฎีกา 2205/2537ฎีกา 2269/2538ฎีกา 1342/2530ฎีกา 1777/2554ฎีกา 3896/2532ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา