คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1872/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การทำสัญญากู้ยืมเงินฉบับใหม่แทนฉบับเก่า เป็นการแสดงเจตนาตกลงระงับหนี้ตามสัญญาเก่า และให้สัญญาใหม่มีผลบังคับแทน สัญญาเก่าจึงไม่มีผลผูกพันอีกต่อไป
ย่อคำพิพากษา
การที่คู่สัญญาทำสัญญากู้ยืมเงินขึ้นใหม่แทนหนังสือสัญญากู้ยืมเงินฉบับเก่าแสดงถึงเจตนาของคู่สัญญาว่าได้ตกลงระงับหนี้ตามสัญญาเก่าแล้วให้ใช้สัญญาใหม่แทน สัญญาเก่าเมื่อระงับไปแล้วก็ไม่มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงในการทำสัญญาใหม่นั่นเอง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องตามสัญญาฉบับเก่าอีก กรณีนี้เป็นเรื่องตกลงระงับหนี้ ไม่ใช่การชำระหนี้ จึงไม่จำเป็นต้องมีใบเสร็จหรือเวนคืนเอกสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 326
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ ๒ ฉบับรวมเป็นเงิน ๓๐,๑๖๐ บาท ครบกำหนดแล้วไม่ชำระทั้งต้นเงินและดอกเบี้ย ขอให้จำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ได้ให้จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้ฉบับใหม่แล้วโดยรวมยอดหนี้ที่ค้างชำระ และจำเลยทั้งสองได้ชำระหนี้เงินกู้ไปบางส่วนแล้วแต่โจทก์กลับนำสัญญากู้ฉบับเก่ามาฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์จำเลยทั้งสองทำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินขึ้นอีก ๒ ฉบับแทนหนังสือสัญญากู้ยืมเงิน ๒ ฉบับท้ายฟ้อง โดยรวมดอกเบี้ยที่ค้างชำระเข้าไปด้วย กรณีเช่นนี้มิใช่เป็นกรณีเปลี่ยนสิ่งซึ่งเป็นสาระสำคัญแห่งหนี้จึงมิใช่เป็นการแปลงหนี้ใหม่ จำเลยทั้งสองยังต้องรับผิดชำระเงินตามหนังสือสัญญากู้ยืมที่โจทก์นำมาฟ้อง พิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงินจำนวน ๔๑,๔๗๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ย
จำเลยทั้งสองอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า เมื่อโจทก์จำเลยทั้งสองทำสัญญากู้ยืมกันใหม่แล้วหนี้ตามสัญญาฉบับเก่าระงับไป จำเลยทั้งสองไม่ต้องรับผิดตามสัญญาที่โจทก์นำมาฟ้องพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ส่วนที่โจทก์ฎีกาด้วยว่าแม้จะฟังได้ว่ามีการทำหนังสือสัญญาขึ้นใหม่แทนหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.๑, จ.๒ หนี้ตามเอกสารหมาย จ.๑, จ.๒ ก็ยังไม่ระงับไปเพราะยังไม่มีการชำระหนี้ นั้น เห็นว่าการที่คู่สัญญาทำหนังสือสัญญาขึ้นใหม่แสดงถึงเจตนาของคู่สัญญาว่าได้ตกลงระงับหนี้ตามเอกสารหมาย จ.๑, จ.๒ แล้วให้ใช้สัญญากู้ใหม่แทนสัญญาเก่าเมื่อระงับไปแล้วก็ไม่มีผลบังคับใช้ ทั้งนี้เป็นไปตามข้อตกลงในการทำสัญญาใหม่นั้นเอง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องตามสัญญาเก่าอีกแล้ว ส่วนจำเลยทั้งสองจะต้องรับผิดตามสัญญากู้ฉบับใหม่ประการใดหรือไม่ไม่เป็นประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีนี้ กรณีนี้เป็นเรื่องตกลงระงับหนี้ ไม่ใช่การชำระหนี้จึงไม่จำเป็นต้องมีใบเสร็จ หรือเวนคืนเอกสารตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๖ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยคดีชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1872/2531
นางศรีสว่าง ชินไพโรจน์ โจทก์
นายวินิจ ฑียาพงศ์ กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางศรีสว่าง ชินไพโรจน์ · จำเลย - นายวินิจ ฑียาพงศ์ กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · นิเวศน์ คำผอง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายอธิคม อิทุภูติ · ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา