⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1985/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1985/2531

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 อาศัยรถยนต์ที่จำเลยที่ 3 ขับไปกระทำกิจธุระอื่นโดยมิได้มีเจตนาจะกระทำผิดฐานชิงทรัพย์มาก่อน เหตุชิงทรัพย์เกิดขึ้นอย่างปัจจุบันทันด่วนโดยจำเลยที่ 1 ลงไปกระทำการขณะที่รถยนต์จอดเพราะการจราจรติดขัด ประกอบกับจำเลยที่ 3 ก็มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยแต่อย่างใด การชิงทรัพย์ของจำเลยที่ 1 จึงไม่เป็นการกระทำโดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.339 ประมวลกฎหมายอาญา ม.340

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันปล้นทรัพย์โดยลักเอาทรัพย์รวมเป็นเงิน ๙๓๐ บาท ของนายจำเรียง ผู้เสียหายไปโดยทุจริต การลักทรัพย์ดังกล่าวจำเลยทั้งสามร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายและใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อพาทรัพย์นั้นไปและเพื่อให้พ้นจากการถูกจับกุม ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐, ๓๔๐ ตรี,๘๓ จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๑ ปรับคนละ ๑,๐๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๓ ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๙ วรรคหนึ่ง ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา ๗๖ จำคุก ๒ ปี ๖ เดือน และปรับ ๖,๐๐๐ บาท ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑ ปี ๘ เดือน และปรับ ๔,๐๐๐ บาท ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ ๒ ปีตามมาตรา ๕๖ ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาโดยอธิบดีกรมอัยการรับรองให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงเบื้องต้นว่า ขณะนายจำเรียง ผู้เสียหายยืนรอเพื่อนหญิงอยู่บนทางเท้า ได้มีรถยนต์ตู้สีขาวที่จำเลยที่ ๓ ขับขี่มาจอดห่างจากผู้เสียหายประมาณ ๒ เมตร และมีจำเลยที่ ๑ที่ ๒ ลงจากรถตรงเข้าไปหาผู้เสียหายโดยจำเลยที่ ๑ ใช้มือทั้งสองจับอกเสื้อผู้เสียหายพูดว่า 'ขอเถอะ' พร้อมกับปลดเอาเข็มรูปกางเขน เข็มวงกลมสัญลักษณ์ของโรงเรียน เพลทสำหรับเขียนแบบกับกำไลอะลูมิเนียมผสมทองเหลืองจากผู้เสียหายไป ส่วนจำเลยที่๒ ได้ยืนอยู่ใกล้ๆ จากนั้นจำเลยทั้งสองพากันวิ่งขึ้นรถคันเดิมที่ขับแล่นเรื่อยๆ ไปข้างหน้า และวินิจฉัยว่า คดีฟังได้เพียงว่าจำเลยที่ ๑ กระทำผิดฐานชิงทรัพย์แต่เพียงผู้เดียวโดยจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ มิได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ส่วนปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ ๑ จะเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์โดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ ตรี หรือไม่นั้น เห็นว่าเมื่อคดีไม่ได้ความว่าจำเลยที่ ๑ มีเจตนาจะใช้รถยนต์ไปกระทำผิดแต่อย่างใด คงได้ความแต่เพียงว่าจำเลยที่๑ อาศัยรถยนต์ไปกระทำกิจธุระอื่นเท่านั้น เหตุชิงทรัพย์คดีนี้ก็เกิดขึ้นโดยปัจจุบันทันด่วนโดยจำเลยที่ ๑ ลงจากรถยนต์ไปกระทำการชิงทรัพย์ขณะที่รถยนต์จอดเพราะการจราจรติดขัด ซึ่งจำเลยที่ ๑ หาได้มีเจตนาที่จะกระทำการดังกล่าวมาก่อนแต่อย่างใดไม่ ประกอบกับจำเลยที่ ๓ บุตรของเจ้าของรถยนต์ซึ่งเป็นผู้ขับรถยนต์นั้นก็มิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยกับการกระทำผิดของจำเลยที่ ๑ คดีจึงยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ กระทำการชิงทรัพย์โดยใช้รถยนต์เป็นยานพาหนะ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1985/2531 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายบุญเลิศ ทีฆายุวัฒน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายบุญเลิศ ทีฆายุวัฒน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ · ศาลอุทธรณ์ - นายประคนธ์ พันธ์วิชาติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2018/2526ฎีกา 529/2509ฎีกา 1597/2532ฎีกา 2530/2527ฎีกา 5999/2544ฎีกา 1908/2528ฎีกา 333/2527ฎีกา 599/2532ฎีกา 213/2554ฎีกา 1637/2528ฎีกา 6028/2552ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 1360/2509ฎีกา 1668/2522ฎีกา 730/2509ฎีกา 3380/2531ฎีกา 2274/2525ฎีกา 851/2487ฎีกา 947/2526ฎีกา 8281/2552ฎีกา 2281/2521ฎีกา 674/2554ฎีกา 1408/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา