⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3349/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3349/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดและศาลสั่งริบตามกฎหมาย ผู้กระทำความผิดหรือผู้ที่รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ไม่อาจขอคืนทรัพย์สินนั้นได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่ออาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด และศาลสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 แม้โจทก์จะมิได้ขอให้ริบของกลางแต่เมื่อคู่ความมิได้อุทธรณ์และคดีถึงที่สุดแล้ว การขอคืนของกลางดังกล่าวย่อมตกอยู่ในบังคับแห่ง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36และในชั้นขอคืนของกลาง เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ผู้ร้องจึงไม่อาจขอคืนของกลางได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 ประมวลกฎหมายอาญา ม.36

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เป็นเจ้าของอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางที่ศาลมีคำสั่งริบใบคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าซึ่งผู้ร้องให้จำเลยทั้งสองขอยืมปืนของกลางไปเพื่อใช้ป้องกันตัวมิได้มีส่วนรู้เห็นเป็นใจในการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสองขอให้ศาลสั่งคืนอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางให้แก่ผู้ร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้ว มีคำสั่งให้ยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาในชั้นนี้ว่า ผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยกับการที่จำเลยทั้งสองนำอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลาง 2 กระบอก ของผู้ร้องไปใช้ในการกระทำความผิดหรือไม่อาวุธปืนของกลาง 2 กระบอก ได้แก่อาวุธปืนเดี่ยวลูกกรดยาว ขนาด .22และอาวุธปืนเดี่ยวลูกซองยาว ขนาด 12 ซึ่งเป็นอาวุธปืนมีทะเบียนของผู้ร้องที่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามหลักฐานใบอนุญาตของนายทะเบียนเอกสารหมาย ร.1, ร.2 เห็นว่า การที่ผู้ร้องให้จำเลยทั้งสองยืมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปใช้เพื่อป้องกันตัวทั้งสองกระบอกในการไปตัดไม้ในป่าด้วยกันนั้น น่าเชื่อว่าผู้ร้องในฐานะนายจ้างของจำเลยทั้งสองมีความมุ่งหมายอย่างอื่นนอกจากเพื่อให้ไว้ใช้ป้องกันตัวดังที่ผู้ร้อง เมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องเบิกความว่าจำเลยทั้งสองเป็นคนงานรับจ้างผู้ร้องไปตัดไม้ในป่า พฤติการณ์น่าเชื่อว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจให้จำเลยทั้งสองนำปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางของผู้ร้องทั้งสองกระบอกไปใช้ล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอันเป็นที่เกิดเหตุคดีนี้ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสอง ส่วนฎีกาผู้ร้องในข้อที่ว่าเมื่อโจทก์มิได้ขอให้ริบเป็นของกลางย่อมแสดงว่าโจทก์เห็นว่าผู้ร้องมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยกับการกระทำความผิดและเป็นการพิพากษาเกินคำขอซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 192 นั้น เห็นว่าเมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์กล่าวหาตามฟ้องฟังได้ว่าปืนและเครื่องกระสุนปืนของกลางเป็นทรัพย์ที่ได้ใช้ในการกระทำความผิดและศาลสั่งริบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 โดยคู่ความมิได้อุทธรณ์ คดีจึงถึงที่สุดแล้ว การขอคืนของกลางของผู้ร้องย่อมตกอยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 เมื่อทางไต่สวนฟังได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิด ผู้ร้องจึงขอคืนของกลางมิได้ ฎีกาผู้ร้องในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3349/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด อุทัยธานี โจทก์ นาย ประทุม เพ็ญไพฑูรย์ ผู้ร้อง นาย จำนอง ขำ เท ศ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด อุทัยธานี · ผู้ร้อง - นาย ประทุม เพ็ญไพฑูรย์ · จำเลย - นาย จำนอง ขำ เท ศ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 651/2507ฎีกา 892/2497ฎีกา 1554/2521ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 531/2510ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 6911/2544ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 222/2468ฎีกา 1979/2521ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ