⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4726/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4726/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อศาลเคยมีคำสั่งให้จำเลยมีโอกาสยื่นคำให้การใหม่แล้ว การที่โจทก์มิได้ยื่นคำขอให้ศาลสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การอีกครั้งหนึ่ง ไม่ถือว่าโจทก์ละทิ้งฟ้อง และศาลยังคงมีอำนาจสั่งให้จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การได้หากจำเลยยังคงขาดนัดยื่นคำให้การ.

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 198 เป็นบทบัญญัติให้อำนาจศาลที่จะใช้ดุลพินิจมีคำสั่งจำหน่ายคดีในกรณีที่โจทก์ไม่ยื่นคำขอภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ซึ่งปกติศาลย่อมจะมีคำสั่งให้จำหน่ายคดี แต่คดีนี้โจทก์เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การมาครั้งหนึ่งแล้ว ต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ 1 มีโอกาสยื่นคำให้การใหม่และเลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ออกไป การที่โจทก์ไม่ได้มีคำขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การใหม่อีกครั้งหนึ่งอาจเพราะโจทก์เข้าใจว่าจำเลยที่ 1 ยื่นคำให้การใหม่แล้ว ดังนั้น เมื่อจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งจำหน่ายคดีศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้อง และเมื่อถึงวันนัดสืบพยานโจทก์ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การตามที่โจทก์มีคำขอนั้นจึงชอบแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.198

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันรับผิดตามสัญญากู้ยืมและค้ำประกัน จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่สั่งจำหน่ายคดีโจทก์กลับยกคำร้องของจำเลยที่ ๑ ทั้ง ๆ ที่โจทก์ไม่ได้ยื่นคำขอให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เห็นว่าบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๙๘ มีเจตนารมณ์ให้เป็นอำนาจของศาลที่จะใช้ดุลพินิจมีคำสั่งจำหน่ายคดีในกรณีที่โจทก์ไม่ยื่นคำขอภายในเวลาที่กฎหมาย กำหนดไว้เพื่อให้ศาลมีคำสั่งว่าจำเลยขาดนัดยื่นคำให้การหรืออีกนัยหนึ่งบทบัญญัติดังกล่าวเป็นเรื่องระหว่างศาลกับ โจทก์ในอันที่ศาลจะพิจารณาว่า โจทก์ยังประสงค์จะดำเนินคดีกับจำเลยผู้นั้นหรือไม่เท่านั้นซึ่งปกติศาลย่อมจะมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีโดยอาศัยเหตุจาก การละเว้นของโจทก์ดังกล่าวแต่สำหรับพฤติการณ์ของโจทก์ในคดีนี้มีเหตุผลสมควรที่ศาลชั้นต้นจะไม่สั่งจำหน่ายคดี เนื่องจากโจทก์ได้เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การมาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ต่อมาศาลได้มีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ได้มีโอกาสยื่นคำให้การใหม่และได้มีคำสั่งให้เลื่อนวันนัดสืบพยานโจทก์ออกไป นอกจากนี้ก็ยังมีเหตุผลตามที่ปรากฏในคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๑ ว่า ที่โจทก์ยังมิได้มีคำขอให้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ ก็เพราะโจทก์เข้าใจว่าจำเลยที่ ๑ อาจยื่นคำให้การใหม่ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตในครั้งหลังดังกล่าว จึงได้รอไว้ขอให้ศาลสั่งในวันนัดสืบพยานโจทก์ ในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๐ ซึ่งเป็นวันที่โจทก์มาทราบว่าจำเลยที่ ๑ มิได้ยื่นคำให้การภายในระยะเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด และศาลก็ได้มีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การตามที่โจทก์มีคำขอในวันนัดสืบพยานโจทก์แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วยกับดุลพินิจของศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ แทนที่จะมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีตามคำขอของจำเลยที่ ๑ นั้นชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4726/2531 นายสุรชัย วงศ์ศิริสีหรา โจทก์ นายชวลิต แซ่ว่อง กับพวก ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุรชัย วงศ์ศิริสีหรา · ล. - นายชวลิต แซ่ว่อง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถาวร ตันตราภรณ์ · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 911/2548ฎีกา 8888/2542ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 34/2538ฎีกา 623/2506ฎีกา 991/2523ฎีกา 951-952/2500ฎีกา 1137/2508ฎีกา 1296/2510ฎีกา 1416/2545ฎีกา 2839/2539ฎีกา 1464/2495ฎีกา 310/2523ฎีกา 4713/2541ฎีกา 1124/2550ฎีกา 10840/2558ฎีกา 1798/2494ฎีกา 2207/2541ฎีกา 5336/2551ฎีกา 91/2507ฎีกา 678/2486ฎีกา 1900/2538ฎีกา 6127/2537ฎีกา 1638-1640/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา