⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4939/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4939/2531

ป.อาญา ม.33 · พ.ร.บ.สุรา ม.14 · ป.วิ.อาญา ม.216

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
จำเลยจะฎีกาคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ได้ก็ต่อเมื่อคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์นั้นกระทบกระเทือนถึงสิทธิหรือหน้าที่ของจำเลย.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์ไม่ริบรถยนต์ของกลางที่ใช้ขนสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นไม่ริบรถยนต์ของกลางตามประสงค์ของจำเลยซึ่งเท่ากับจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีในชั้น อุทธรณ์แล้วแม้จำเลยจะไม่เห็นพ้องด้วยกับเหตุผลในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ แต่ข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวก็มิได้กระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือหน้าที่ของจำเลยประการใดจำเลยจึงไม่มี อำนาจที่จะฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 216

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.2493 ม.14

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.216 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.33 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

มูลกรณีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบรถยนต์ของกลางจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิด ศาลมีอำนาจริบได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓(๑) แต่เห็นว่ายังไม่สมควรริบ พิพากษาแก้เป็นว่า ไม่ริบรถยนต์ของกลาง จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยฎีกาว่า ความผิดฐานขนสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ.๒๔๙๓ มาตรา ๑๔ นั้นเป็นความผิดเพราะไม่ได้รับใบอนุญาตขนสุราจากเจ้าพนักงานรถยนต์ของกลางจึงไม่ใช่ทรัพย์สินที่จำเลยใช้ในการกระทำผิด และมาตรา ๓๘ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวก็มิได้กำหนดโทษให้ริบของกลางหรือให้ริบรถยนต์ซึ่งใช้บรรทุกหรือขนสุราด้วย ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่ารถยนต์ของกลางเป็นทรัพย์สินซึ่งจำเลยได้ใช้ในการกระทำความผิดและศาลมีอำนาจริบได้ตามประมวลกฎมายอาญา มาตรา ๓๓(๑) เป็นการไม่ชอบ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้จำเลยอุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นขอให้ศาลอุทธรณ์ไม่ริบรถยนต์ของกลาง ซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษาแก้เป็นไม่ริบรถยนต์ของกลางตามประสงค์ของจำเลยแล้ว กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือจำเลยเป็นฝ่ายชนะคดีในชั้นอุทธรณ์ แม้จำเลยจะไม่เห็นพ้องด้วยกับเหตุผลในคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์แต่ข้อวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวก็มิได้ กระทบกระเทือนต่อสิทธิหรือหน้าที่ของจำเลยประการใด จำเลยจึงไม่มีอำนาจที่จะฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๑๖ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4939/2531 พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ โจทก์ นายชัยอัตถ์ แซ่ปึง ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดศรีสะเกษ · ล. - นายชัยอัตถ์ แซ่ปึง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - อ่านไม่ออก · ศาลอุทธรณ์ - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 21848/2555ฎีกา 6538/2562ฎีกา 4577/2558ฎีกา 1089/2559ฎีกา 1854/2563ฎีกา 1554/2521ฎีกา 512/2559ฎีกา 2437/2515ฎีกา 6293/2541ฎีกา 7149/2558ฎีกา 917/2564ฎีกา 531/2510ฎีกา 1979/2521ฎีกา 3604/2533ฎีกา 1228/2510ฎีกา 4519/2544ฎีกา 3800/2564ฎีกา 5061/2561ฎีกา 501/2494ฎีกา 2948/2555ฎีกา 7526/2561ฎีกา 348/2508ฎีกา 1198/2543ฎีกา 2546/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา