⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5189/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5189/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยเข้าไประงับเหตุระหว่างผู้ตายกับภรรยา แต่กลับถูกผู้ตายซึ่งเป็นบุตรเขยชกทำร้ายเอานั้นนับได้ว่าผู้ตายได้กระทำการอันไม่สมควรและโดยปราศจากความเคารพยำเกรงต่อจำเลยผู้เป็นพ่อตาซึ่งมีอายุมากแล้ว เป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงและด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในขณะนั้นจึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายกับภรรรยาซึ่งเป็นบุตรสาวจำเลยทะเลาะกันอยู่ในห้องนอนและมีเสียงร้องดัง จำเลยจึงเปิดประตูห้องเข้าไปดูเพื่อระงับเหตุ เห็นผู้ตายกำลังนั่งคร่อมเอามือจับที่คอภรรยาอยู่ จำเลยเดินเข้าไปกระชากไหล่ผู้ตายออกจากภรรยาผู้ตายลุกขึ้นชกจำเลย 1 ที แต่จำเลยหลบทัน แล้วจำเลยคว้าอาวุธปืนลูกซองยาวซึ่งอยู่ในห้องนอนนั้นยิงผู้ตายไป 1 นัดถึงแก่ความตาย ดังนี้ การที่จำเลยเข้าไประงับเหตุระหว่างผู้ตายกับภรรยา แต่กลับถูกผู้ตายซึ่งเป็นบุตรเขยชกทำร้ายเอานั้นนับได้ว่าผู้ตายได้กระทำการอันไม่สมควรและโดยปราศจากความเคารพยำเกรงต่อจำเลยผู้เป็นพ่อตาซึ่งมีอายุมากแล้ว เป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงและด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายในขณะนั้นจึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยบันดาลโทสะ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนลูกซองยาวมีทะเบียนยิงพันตำรวจตรีอนุกูล ธงไชย ผู้ตาย ๑ นัด เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายทันทีสมดังเจตนาของจำเลย เหตุเกิดที่ตำบลบางไผ่ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๓๓ และริบของกลาง ระหว่างพิจารณานายบุญธรรม ธงไชย บิดาของผู้ตายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘,๗๒ ให้จำคุก ๖ ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและนำสืบรับว่าได้ยิงผู้ตายจริง เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๔ ปี ริบของกลาง โจทก์ โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ เมื่อได้พิเคราะห์ถึงพฤติการณ์แห่งคดีแล้วเห็นสมควรลงโทษจำเลยสถานเบาโดยวางโทษจำคุก ๑๕ ปี คำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๐ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ร่วมฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยสถานหนัก จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องหรือให้ลงโทษสถานเบาหรือให้รอการลงโทษ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๙ เวลาประมาณ ๒๒.๓๐ นาฬิกา นางนฤมล ธงไชย ภรรยาผู้ตายพาเด็กหญิงธิดารัตน์บุตรสาวของผู้ตายเข้าไปนอนในห้องนอน หลังจากนั้นผู้ตายได้เดินตามเข้ามาและได้เปิดโทรทัศน์ดู นางนฤมลพูดห้ามไม่ให้ผู้ตายดูโทรทัศน์โดยอ้างว่าในวันรุ่งขึ้นเด็กหญิงธิดารัตน์จะสอบ แล้วเดินไปปิดโทรทัศน์ดังกล่าวเสีย ผู้ตายจึงพูดว่าดูแล้วมีปัญหาหรือแล้วเปิดโทรทัศน์อีก นางนฤมลไม่พอใจผู้ตายจึงชวนเด็กหญิงธิดารัตน์ไปนอนที่ห้องของนางสาวสุนทรี ฉิมคล้าย น้องสาว แต่เด็กหญิงธิดารัตน์ไม่ยอมไป และร้องไห้จะดูโทรทัศน์ ผู้ตายจึงผลักนางนฤมลล้มลงไปบนเตียงนอนแล้วเอามือไปจับที่บริเวณลำคอของนางนฤมลและเขย่า เด็กหญิงธิดารัตน์ตกใจร้องไห้พร้อมกับพูดขึ้นว่า "พ่ออย่าทำแม่" และได้เอามือทุบหลังผู้ตาย จำเลยได้ยินเข้าจึงได้เดินมาที่ห้องดังกล่าวเพื่อจะมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อจำเลยเปิดประตูเข้าไปในห้องนอนของผู้ตายและนางนฤมลแล้ว จำเลยเห็นผู้ตายกำลังนั่งคร่อมนางนฤมลและใช้มือจับที่คอของนางนฤมลอยู่ จำเลยจึงเดินเข้าไปกระชากไหล่ผู้ตายออกจากนางนฤมล ผู้ตายจึงลุกขึ้นชกจำเลย ๑ ที แต่จำเลยหลบเสียทันจึงไม่ถูกหมัดผู้ตาย หลังจากนั้นจำเลยจึงได้คว้าอาวุธปืนลูกซองยาวซึ่งอยู่ในห้องของผู้ตายยิงผู้ตาย ๑ นัด ถูกที่บริเวณหน้าอกถึงแก่ความตายแล้วจำเลยออกจากห้องและปิดประตูไว้ไปยืนรอเจ้าพนักงานตำรวจอยู่ที่หน้าบ้าน ศาลฎีกาเห็นว่า ตามพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นในชั้นแรกจำเลยกระทำไปโดยตั้งใจเพื่อจะระงับเหตุ ซึ่งผู้ตายและนางนฤมลได้ก่อขึ้น ครั้นเมื่อจำเลยแยกผู้ตายออกจากนางนฤมลได้แล้ว กลับถูกผู้ตายซึ่งเป็นบุตรเขยชกทำร้ายเอานั้น นับได้ว่าผู้ตายได้กระทำการอันไม่สมควรและโดยปราศจากความเคารพยำเกรงต่อจำเลยผู้เป็นพ่อตาซึ่งมีอายุมากแล้ว อันเป็นการข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม จำเลยจึงใช้อาวุธปืนลูกซองยาวยิงผู้ตายไป ๑ นัด ถูกที่บริเวณหน้าอกของผู้ตายถึงแก่ความตายในขณะนั้น จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา และตามพฤติการณ์แห่งคดีไม่อาจที่จะรอการลงโทษให้แก่จำเลยได้ พิพากษาแก้เป็นว่าให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5189/2531 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายบุญธรรม ธงไชย จ.ร่วม นายเสงี่ยม ฉิมคล้าย ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จ.ร่วม - นายบุญธรรม ธงไชย · ล. - นายเสงี่ยม ฉิมคล้าย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นำชัย สุนทรพินิจกิจ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายศักดิ์ชัย ทัศน์ชัยกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายราเชนทร์ จัมปาสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา