⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5793/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5793/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะ หากผู้เอาประกันปกปิดข้อเท็จจริงที่สำคัญซึ่งหากผู้รับประกันทราบแล้ว อาจบอกปัดไม่รับประกันภัย หรือเรียกเบี้ยประกันสูงขึ้นได้ ผู้รับประกันมีสิทธิบอกล้างสัญญาได้โดยไม่ต้องคำนึงถึงสาเหตุการตายของผู้เอาประกัน

ย่อคำพิพากษา

ผู้เอาประกันชีวิตทราบก่อนทำสัญาประกันชีวิตกับจำเลยว่าตนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังจนตับอักเสบแต่มิได้แจ้งให้ จำเลยทราบ ซึ่งหากจำเลยทราบก็อาจเรียกเบี้ยประกันสูงขึ้นหรือไม่รับประกันชีวิต สัญญาประกันชีวิตจึงเป็นโมฆียะ จำเลยมีสิทธิบอกล้างได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้เอาประกันชีวิตตายหรือไม่ หรือตายด้วยเหตุใด ดังนั้น เมื่อผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่ความตายแล้ว จำเลยจึงชอบที่จะบอกล้างสัญญาประกันชีวิตอันเป็นโมฆียะต่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ตามสัญญาได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.137 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.140 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.865 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.889 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.892

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายเงินตามสัญญาประกันชีวิต จำเลยให้การว่า จ.ผู้เอาประกันชีวิตไม่เปิดเผยข้อเท็จจริงให้จำเลยทราบว่าเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง หากจำเลยทราบจำเลยจะไม่รับประกันชีวิตรายนี้ สัญญาจึงเป็นโมฆียะ จำเลยบอกล้างแล้วจึงตกเป็นโมฆะ จำเลยไม่ต้องรับผิดชอบ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยคืนเบี้ยประกันที่รับไปแล้ว คำขอนอกจากนี้ให้ยก โจทก์ทั้งสี่อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จ.ทราบก่อนทำสัญญาประกันชีวิตว่าตนเป็นโรคพิษสุราเรื้อรังจนตับอักเสบ แต่หาได้แจ้งให้จำเลยทราบ ซึ่งหาก จ.ได้แถลงความจริงดังกล่าวให้จำเลยทราบจำเลยอาจเรียกเบี้ยประกันสูงขึ้น หรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาประกันชีวิตรายนี้ก็ได้ สัญญาประกันชีวิตจึงเป็นโมฆียะ ปัญหาว่า จ.ตายโดยถูกไฟดูดมิได้ถึงแก่ความตายโดยโรคซึ่งผู้ตายเคยป่วยและรักษาตัวที่โรงพยาบาล จำเลยจะมีสิทธิบอกล้างนิติกรรมสัญญาประกันชีวิตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๕ หรือไม่ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๖๕ นี้ มีความมุ่งหมายเพียงว่าหากข้อเท็จจริงที่ผู้เอาประกันชีวิตรู้อยู่แล้วละเว้นเสีย ไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจะได้จูงใจผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีก หรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญาหรือว่ารู้อยู่แล้วแถลงข้อความนั้นเป็นความเท็จแล้ว สัญญาดังกล่าวย่อมเป็นโมฆียะและเมื่อเป็นโมฆียะแล้ว ผู้รับประกันภัยย่อมมีสิทธิที่จะบอกล้างนิติกรรมดังกล่าวได้ โดยมิต้องคำนึงว่าผู้เอาประกันภัยจะถึงแก่ความตายหรือไม่ หรือด้วยเหตุใดจำเลยจึงมีสิทธิบอกล้างนิติกรรมสัญญาประกันชีวิตได้ และเมื่อผู้เอาประกันชีวิตถึงแก่ความตายไปแล้ว จำเลยจึงชอบที่จะบอกล้างนิติกรรมสัญญาต่อผู้รับประโยชน์อันได้แก่โจทก์ทั้งสี่ในคดีนี้ได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5793/2531 นางสุรางค์ พาดี กับพวก โจทก์ บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสุรางค์ พาดี กับพวก · ล. - บริษัทไทยประกันชีวิต จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประมาณ ชันซื่อ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · เกียรติ จาตนิลพันธุ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายโสภณ จันเทรมะ · ศาลอุทธรณ์ - นายลิขิต ไชยฤทธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1950/2518ฎีกา 635/2484ฎีกา 271-272/2485ฎีกา 654/2535ฎีกา 806/2518ฎีกา 1106/2516ฎีกา 2792/2546ฎีกา 662/2473ฎีกา 541/2509ฎีกา 247/2501ฎีกา 6711/2553ฎีกา 3246-3250/2559ฎีกา 918/2519ฎีกา 4725/2534ฎีกา 3212/2522ฎีกา 115/2521ฎีกา 819/2500ฎีกา 4803/2533ฎีกา 866/2493ฎีกา 114/2488ฎีกา 920/2480ฎีกา 1366/2509ฎีกา 1254/2531ฎีกา 40/2516
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา