⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6112/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6112/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาขายฝากที่แท้จริงแล้วเป็นเพียงนิติกรรมอำพรางสัญญาจำนอง ย่อมตกเป็นโมฆะตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยต่อสู้คดีว่าสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาจำนองเป็นการกล่าวอ้างว่า สัญญาขายฝากเกิดจากเจตนาลวงของคู่กรณี โดยคู่กรณีมีเจตนาที่แท้จริงจะทำสัญญาจำนองกัน หากเป็นจริงดังที่กล่าวอ้างสัญญาขายฝากย่อมใช้บังคับไม่ได้ จำเลยจึงมีสิทธินำสืบพยานได้ ไม่ถือว่าเป็นการนำสืบเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสาร

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.491

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขายฝากที่ดินพิพาทพร้อมบ้าน ๑ หลังให้โจทก์มีกำหนด ๑ ปี เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ไถ่ทรัพย์สินที่ขายฝาก โจทก์บอกกล่าวให้จำเลยขนย้ายออกไป จำเลยเพิกเฉยทำให้โจทก์เสียหายเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การว่า จำเลยกับโจทก์ทำสัญญาขายฝากที่ดินและบ้านตามฟ้องเพื่ออำพรางสัญญาจำนอง โจทก์ขับไล่จำเลยไม่ได้ที่ดินและบ้านอาจให้เช่าไม่เกินเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท วันนัดสืบพยานจำเลยซึ่งมีหน้าที่นำสืบก่อนแถลงว่า การจำนองทรัพย์พิพาทกับโจทก์ไม่ได้ทำหลักฐานและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานจำเลย โจทก์แถลงยอมรับค่าเสียหายตามที่จำเลยยอมรับในคำให้การเดือนละ ๑,๕๐๐ บาท และได้บอกกว่าให้จำเลยออกไปจากที่ดินและบ้านพิพาทตามเอกสารหมาย จ.๑ ถึง จ.๔ ที่โจทก์ส่งศาลไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยออกจากที่ดินตามฟ้องกับบ้านเลขที่ ๕๐/๒๖๕ บนที่ดินดังกล่าว ให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๑,๕๐๐ บาท นับแต่วันที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๒๖ ไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากบ้านและที่ดินพิพาทเสร็จสิ้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการสืบพยานต่อไป แล้วพิพากษาใหม่ โจทก์ฎีกา ศาลฎกีาวินิจฉัยว่า จำเลยให้การต่อสู้คดีว่า โจทก์กับจำเลยตกลงทำนิติกรรมขายฝากที่ดินและบ้านพิพาทเพื่ออำพรางนิติกรรมจำนอง และจำเลยแถลงรับว่านิติกรรมจำนองที่จำเลยอ้างว่าเป็นนิติกรรมแท้จริงที่ถูกอำพรางนั้นมิได้ทำหนังสือ และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยมีสิทธิสืบพยานเพื่อพิสูจน์ข้อต่อสู้ตามที่จำเลยกล่าวอ้างหรือไม่ เห็นว่าในกรณีที่จำเลยต่อสู้คดีว่าสัญญาขายฝากเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาจำนองนั้น ย่อมเป็นการกล่าวอ้างว่าสัญญาขายฝากเกิดจากเจตนาลวงของคู่กรณี โดยคู่กรณีมีเจตนาที่แท้จริงจะทำสัญญาจำนองกัน หากเป็นจริงดังจำเลยกล่าวอ้าง สัญญาขายฝากย่อมใช้บังคับไม่ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘ จำเลยย่อมมีสิทธินำสืบพยานได้หาใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อความในเอกสารไม่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายจึงไม่ชอบ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6112/2531 พันโทเสริม ภู่หิรัญ โจทก์ นางสาวศิริลักษณ์ ตังคณิตานนท์ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พันโทเสริม ภู่หิรัญ · ล. - นางสาวศิริลักษณ์ ตังคณิตานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล เปาอินทร์ · สหัส สิงหวิริยะ · ถาวร ตันตราภรณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสมปอง ศรีสมทรัพย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายถวิล ตรีเพชร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 5317/2538ฎีกา 1452/2511ฎีกา 464/2497ฎีกา 129/2501ฎีกา 1561/2520ฎีกา 1280/2492ฎีกา 886/2515ฎีกา 1578/2493ฎีกา 6801/2540ฎีกา 912/2490ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1550/2493ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506ฎีกา 6848/2540ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517ฎีกา 4832/2536ฎีกา 848/2534ฎีกา 1302/2535ฎีกา 1008/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา