⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 65/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยอมรับของผู้จัดการห้างหุ้นส่วนสามัญโดยชัดแจ้งว่าการประเมินภาษีของเจ้าพนักงานชอบแล้ว และสละสิทธิอุทธรณ์ ถือว่ามีผลผูกพันห้างหุ้นส่วนสามัญนั้น

ย่อคำพิพากษา

แม้เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 จะไม่มีอำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำประจำเดือนของโจทก์ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2525 เป็นต้นไป เพราะโจทก์ยังมิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าหรือปฏิบัติขัดต่อประมวลรัษฎากร มาตรา 87 ก็ตาม แต่ได้ความว่าเมื่อโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าเพื่อเสียภาษีการค้าในปี พ.ศ.2525 ไว้แล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ตรวจสอบพบว่า โจทก์ได้แสดงรายการการค้าเพื่อเสียภาษีต่ำกว่าที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 กำหนดไว้ จึงแจ้งให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่มสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ 2525 ถึงเดือนธันวาคม 2525 และเดือนมกราคม 2526 ถึงเดือนเมษายน 2526 โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 87, 87 ทวิ (7) นั้นเป็นการแจ้งการประเมินภาษีการค้าที่ชอบแล้ว หลังจากที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์ชำระภาษีการค้าเพิ่มแล้ว การที่ น.หุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์ยอมรับว่าเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ได้เรียกเก็บภาษีการค้าเพิ่ม เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มถูกต้องแล้วรวมทั้งสละสิทธิในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ โจทก์จะโต้เถียงว่าเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 ประเมินให้โจทก์ชำระภาษีการค้าเพิ่มรวมตลอดถึงคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 ที่ 4 และที่ 5ว่าไม่ชอบนั้นไม่ได้ การกระทำของ น.ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์มีผลผูกพันโจทก์ให้ต้องเสียภาษีการค้าเบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 เรียกเก็บเพิ่มขึ้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.820 ประมวลรัษฎากร ม.85 ประมวลรัษฎากร ม.87

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ให้โจทก์นำเงินภาษีการค้าเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๒๕ กับเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ๒๕๒๖ รวมเป็นเงินภาษีพร้อมเงินเพิ่ม เบี้ยปรับและภาษีบำรุงเทศบาลรวมเป็นจำนวนเงิน ๒๐๐,๖๘๑.๙๘ บาท ตามหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์เลขที่ ๑๓๘/๒๕๒๙/๑ ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๒๙ หรือมีคำพิพากษาแสดงว่าคำวินิจฉัยดังกล่าวไม่มีผลบังคับต่อโจทก์ จำเลยทั้งห้าให้การต่อสู้คดีหลายประการและว่า การประเมินภาษีการค้ารายของโจทก์ตามฟ้องได้ทำการประเมินชอบแล้ว โจทก์จึงมีหน้าที่จะต้องชำระภาษีการค้า เงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และภาษีบำรุงเทศบาล ตามที่จำเลยเรียกเก็บเพิ่มเป็นเงินจำนวน ๒๐๐,๖๘๑.๙๘ บาท ขอให้ยกฟ้อง ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีการค้าของจำเลยทั้งห้า สำหรับเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนธันวาคม ปี พ.ศ. ๒๕๒๕ และเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน ปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ที่ให้โจทก์เสียภาษีการค้า พร้อมทั้งเงินเพิ่ม เบี้ยปรับ และภาษีบำรุงเทศบาล รวมเป็นเงิน ๒๐๐,๖๘๑.๙๘ บาท จำเลยทั้งห้าอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาว่า โจทก์จะต้องชำระภาษีการค้าเพิ่มตามที่จำเลยที่ ๒ ประเมินหรือไม่ เห็นว่าเมื่อพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ตรวจสอบพบว่าโจทก์ได้แสดงรายการการค้าเพื่อเสียภาษีการค้าประจำปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ถึง ๒๕๒๔ ต่ำกว่าความเป็นจริง จึงได้กำหนดรายรับขั้นต่ำประจำเดือนของโจทก์เดือนละไม่น้อยกว่า ๔๐๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ เป็นต้นไป แม้เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ จะไม่มีอำนาจกำหนดรายรับขั้นต่ำประจำเดือนของโจทก์ล่วงหน้าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ เป็นต้นไป เพราะโจทก์ยังมิได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าหรือปฏิบัติขัดต่อประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๗ ก็ตาม แต่ได้ความว่าเมื่อโจทก์ได้ยื่นแบบแสดงรายการการค้าเพื่อเสียภาษีการค้าในปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ไว้แล้ว ต่อมาเจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ ตรวจสอบพบว่าโจทก์ได้แสดงรายการการค้าเพื่อเสียภาษีต่ำกว่าที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ กำหนดไว้ จึงได้แจ้งให้โจทก์ชำระภาษีเพิ่มสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๒๕ และเดือนมกราคม ๒๕๒๖ ถึงเดือนเมษายน ๒๕๒๖ โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา ๘๗, ๘๗ ทวิ (๗) นั้นเป็นการแจ้งการประเมินภาษีการค้าที่ชอบแล้ว ดังนั้น ปัญหาที่ว่าโจทก์จะต้องชำระภาษีการค้าเพิ่มพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่มหรือไม่นั้น ได้ความว่า หลังจากที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ แจ้งให้โจทก์ชำระภาษีการค้าเพิ่มแล้ว ได้เรียกนางนิภา บุญธรรม หุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์มาสอบถามเรื่องนี้ด้วย นางนิภาแสดงความยินยอมเสียภาษีการค้าเพิ่มพร้อมทั้งขอลดเบี้ยปรับตามที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ แจ้งให้ทราบรวมทั้งสละสิทธิ์ในการอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ปรากฏตามคำให้การของนางนิภาลงวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๒๖ เห็นว่าการที่นางนิภายอมรับว่าเจ้าพนักงานของจำเลยที่ ๑ ได้เรียกเก็บภาษีการค้าเพิ่ม เบี้ยปรับและเงินเพิ่มถูกต้องแล้ว โจทก์จะโต้เถียงว่าเจ้าพนักงานของจำเลยที่ ๑ ประเมินให้โจทก์ชำระภาษีการค้าเพิ่มรวมตลอดถึงคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๓ ที่ ๔ และที่ ๕ ว่าไม่ชอบนั้นไม่ได้ การกระทำของนางนิภาซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของโจทก์มีผลผูกพันโจทก์ให้ต้องเสียภาษีการค้า เบี้ยปรับ และเงินเพิ่ม ตามที่เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ ๑ เรียกเก็บเพิ่มขึ้น คำพิพากษาศาลภาษีอากรกลางไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 65/2531 ห้างหุ้นส่วนจำกัดซูซี่ ฯ โจทก์ กรมสรรพากร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดซูซี่ ฯ · จำเลย - กรมสรรพากร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลภาษีอากรกลาง - นายสุนทร สิทธิเวชวิจิตร · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 105/2525ฎีกา 4822/2533ฎีกา 3582/2534ฎีกา 5759/2540ฎีกา 4790/2533ฎีกา 702/2517ฎีกา 643/2494ฎีกา 225/2530ฎีกา 1093/2507ฎีกา 597/2534ฎีกา 787-788/2506ฎีกา 2763/2536ฎีกา 6258/2550ฎีกา 890/2503ฎีกา 710/2542ฎีกา 397/2554ฎีกา 2438/2535ฎีกา 782/2516ฎีกา 798/2521ฎีกา 3023/2537ฎีกา 158/2509ฎีกา 3190/2530ฎีกา 1121/2533ฎีกา 1671/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา