⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1031/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากโจทก์ทราบคำสั่งศาลที่อนุญาตให้ขยายเวลายื่นฎีกาเพียงบางส่วนแล้ว แต่ยังคงยื่นฎีกาเกินกำหนดเวลาที่ศาลอนุญาต โดยมิใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัย ฎีกาที่ยื่นเกินกำหนดนั้นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

วันที่ 27 กรกฎาคม 2530 ทนายโจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปอีก 15 วัน นับแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2530 ซึ่งเป็นวันครบกำหนดยื่นฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องดังกล่าวเมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2530 ว่า อนุญาตให้ขยายได้ 7 วัน นับแต่วันสุดท้ายดังนี้ แม้จะถือไม่ได้ว่าโจทก์ทราบคำสั่ง แต่ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องขวนขวายติดตามทราบคำสั่งศาลว่าอนุญาตให้ขยายเวลาหรือไม่เพียงใดก่อนครบกำหนดยื่นฎีกา โจทก์กลับเพิกเฉย เพิ่งนำฎีกามายื่นเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2530 และไม่ใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัย เป็นการยื่นเลยกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาต การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาให้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.23 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.242 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทำสัญญาขายข้าวสารให้แก่จำเลย แต่โจทก์ไม่สามารถส่งข้าวสารให้จำเลยได้เพราะเหตุสุดวิสัย จำเลยกลับบอกเลิกสัญญาและริบเงินประกัน ขอให้บังคับจำเลยคืนเงินประกันแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เหตุที่โจทก์อ้างไม่ใช่เหตุสุดวิสัย โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาจำเลยจึงมีสิทธิริบเงินประกัน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ศาลชั้นต้นอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้โจทก์ฟังเมื่อวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๓๐ ครบกำหนดยื่นฎีกาวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๓๐ ทนายโจทก์ยื่นคำร้องลงวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๓๐ ขอขยายระยะเวลายื่นฎีกาออกไปอีก ๑๕ วัน นับแต่วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๓๐ ถึงวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๓๐ โดยได้หมายเหตุในคำร้องว่า ผู้ร้อง (โจทก์) รอฟังคำสั่งอยู่ ถ้าไม่รอให้ถือว่าทราบแล้ว โดยได้มอบฉันทะให้เสมียนทนายนำคำร้องมายื่น แต่ไม่ได้มอบฉันทะให้ฟังคำสั่งศาลด้วย ศาลชั้นต้นสั่งคำร้องในวันรุ่งขึ้น อนุญาตให้ขยายได้ ๗ วัน นับแต่วันสุดท้าย (วันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๓๐) ซึ่งครบกำหนดในวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๓๐ แม้จะยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ทราบคำสั่งดังกล่าวแล้ว ก็เป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องขวนขวายติดตามทราบคำสั่งศาลว่าจะอนุญาตให้ขยายเวลาตามคำร้องหรือไม่เพียงใดก่อนที่จะครบกำหนดฎีกา โจทก์กลับเพิกเฉย เพิ่มนำฎีกามายื่นในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๐ และไม่ใช่กรณีมีเหตุสุดวิสัย เป็นการยื่นเลยกำหนดเวลาที่ศาลชั้นต้นอนุญาต แม้ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้รับฎีกาโจทก์ ก็เป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาให้ พิพากษายกฎีกาโจทก์ คืนค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาให้โจทก์ ค่าทนายความชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1031/2532 นายบุญชง ศิริวานิชกุล โจทก์ องค์การคลังสินค้า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญชง ศิริวานิชกุล · จำเลย - องค์การคลังสินค้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประดิษฐ์ เอกมณี · ศาลอุทธรณ์ - นายตัน เวทไว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 280/2530ฎีกา 609/2526ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7032/2539ฎีกา 1022/2551ฎีกา 3542/2545ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1268/2515ฎีกา 5272/2544ฎีกา 8735/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 793/2507ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5150/2552ฎีกา 3192/2532ฎีกา 1733/2498ฎีกา 4470/2543ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 1002/2509ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา