คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 166/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาจ้างระงับลง คู่สัญญาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าปรับตามสัญญาอีกต่อไป แต่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายตามกฎหมายเท่านั้น
การที่จำเลยยอมรับการหักค่าปรับล่าช้าโดยมิได้โต้แย้ง ถือว่าจำเลยได้ชำระค่าปรับแล้ว และหมดสิทธิขอให้ศาลลดค่าปรับ.
ย่อคำพิพากษา
เมื่อโจทก์บอกเลิกสัญญากับจำเลยแล้ว สัญญาจ้างระหว่างโจทก์กับจำเลยย่อมระงับลง โจทก์ จำเลยจึงต้อง กลับคืนสู่ฐานะ ดั่งที่เป็นอยู่เดิม ดังนั้น โจทก์จึงหามีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าปรับตาม สัญญาจากจำเลยอีกต่อไป โจทก์คงมีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายดังที่ระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๙๑ วรรคสี่ เท่านั้น
จำเลยส่งมอบงานงวดที่ ๙ ให้แก่โจทก์เมื่อพ้นกำหนดเวลาตาม สัญญาไป ๙๗ วัน โจทก์จึงจ่ายเงินค่าจ้างงานงวดดังกล่าวให้จำเลยไม่เต็มโดย หักค่าปรับที่ส่งมอบงานล่าช้าตาม สัญญาวันละ ๒,๐๐๐ บาท ออกโดยจำเลยมิได้โต้แย้งไว้ ถือได้ว่าจำเลยได้ ชำระค่าปรับในการส่งมอบงานงวดที่ ๙ ล่าช้าให้แก่โจทก์ไปแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดค่าปรับก็เป็นอันขาดไปตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ วรรคแรกศาลไม่ชอบที่จะหยิบยกค่าปรับส่วนนี้มาลดให้จำเลยอีก.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | ษฐ์ กับพวก. - ห้างหุ้นส่วนจำกัด สีประดิ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · เธียร ยูงทอง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา