⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1682/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1682/2532

ป.อาญา ม.59, 91, 277 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ปราศจากเหตุอันสมควรพรากผู้เยาว์ซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีไปเสียจากผู้ปกครองเพื่อการอนาจาร เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคสาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 5 ปี 4 เดือน 11วัน ให้ไปเก็บดอกไม้ในสวนแล้วจะให้เงิน ผู้เสียหายหลงเชื่อเดินตามจำเลยไปในสวน จำเลยกระทำชำเราผู้เสียหาย ดังนี้เป็นการกระทำที่ปราศจากเหตุอันสมควรพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีไปเสียจากมารดาเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคสาม อีกกระทงหนึ่ง.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 ประมวลกฎหมายอาญา ม.317

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.277 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.313 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277, 317,91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5)พ.ศ. 2525 มาตรา 3, 9 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่ 6 พ.ศ. 2526 มาตรา 4 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277, 317, 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่ 5 พ.ศ. 2525 มาตรา 3, 9 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับที่ 6 พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 ลงโทษจำคุก 18 ปี และความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 ลงโทษจำคุก 10 ปี รวมโทษจำคุก 28ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรก จำคุก 10 ปี ให้ยกฟ้องโจทก์ในข้อหาพรากผู้เยาว์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาพรากผู้เยาว์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นอีกกระทงหนึ่ง จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '..........เชื่อถือได้มั่นคงโดยปราศจากข้อสงสัยว่า ผู้เสียหายถูกกระทำชำเราจริง และจำเลยเป็นผู้กระทำชำเรา.....การที่จำเลยใช้อุบายหลอกลวงผู้เสียหายให้ไปเก็บดอกไม้ในสวนแล้วจะให้เงิน เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อเดินตามจำเลยเข้าไปในสวนแล้ว จำเลยได้กระทำชำเราผู้เสียหายจึงเป็นการกระทำที่ปราศจากเหตุอันสมควรพรากผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีไปเสียจากมารดาเพื่อการอนาจาร จำเลยจึงต้องมีความผิดตามข้อหาฐานนี้ตามที่โจทก์ฟ้องอีกกระทงหนึ่ง พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดฐานพรากเด็กอายุไม่เกินสิบสามปีไปเสียจากมารดาโดยปราศจากเหตุอันสมควรและเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 317 วรรคสาม, 91 อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุกอีก 6 ปี รวมโทษจำคุก 10 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 277 วรรคแรกแล้ว เป็นโทษจำคุกรวม 16 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1682/2532 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นาย ปรีชา เอี่ยม ทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย ปรีชา เอี่ยม ทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศักดา โมกขมรรคกุล · สง่า ศิลปประสิทธิ์ · ปิ่นทิพย์ สุจริตกุล
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6586/2557ฎีกา 1258/2542ฎีกา 8426/2559ฎีกา 2254/2521ฎีกา 1504/2536ฎีกา 2417/2540ฎีกา 820/2558ฎีกา 766/2517ฎีกา 15/2509ฎีกา 3042/2562ฎีกา 4919/2543ฎีกา 3304/2563ฎีกา 1425/2517ฎีกา 250/2564ฎีกา 875/2510ฎีกา 2842/2515ฎีกา 688/2529ฎีกา 4043/2528ฎีกา 628/2537ฎีกา 4825/2553ฎีกา 2238/2527ฎีกา 934/2535ฎีกา 1447/2531ฎีกา 1862-1863/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ