⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2244/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2244/2532

ป.อาญา ม.362

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ต้องเป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครอง หรือเข้าไปกระทำการอันเป็นการรบกวนการครอบครองโดยปกติสุข.

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานบุกรุกตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 นั้น ต้องเป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้น หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข จำเลยเข้าไปปลูกสร้างบ้านในที่พิพาทโดยความยินยอมของเจ้าของเดิมก่อนโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทมา หาใช่จำเลยเพิ่งเข้าไปครอบครองที่พิพาทเมื่อโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทแล้วไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดตาม มาตรา 362

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.362

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ จำคุก ๓ เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยเข้าอยู่อาศัยในที่พิพาทก่อนหน้าที่โจทก์จะได้รับการยกให้จากมารดา ซึ่งจำเลยนำสืบว่าเข้าอยู่ในที่พิพาทโดยนายสำราญตาโจทก์เป็นผู้อนุญาต และปลูกบ้านตามฟ้องตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๑ โจทก์ฎีกาว่า เมื่อจำเลยทราบแล้วว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ แต่ไม่ยอมออกไปนอกจากจะได้ค่ารื้อถอน แสดงว่าจำเลยเจตนาบุกรุกที่ดินโจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การที่จะเป็นความผิดฐานบุกรุกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ ที่โจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยนั้น ต้องเป็นการเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้น หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเข้าไปปลูกสร้างบ้านในที่พิพาทโดยความยินยอมของเจ้าของเดิมก่อนโจทก์รับโอนกรรมสิทธิ์ที่พิพาทมา หาใช่จำเลยเพิ่งเข้าไปครอบครองที่พิพาทในวันเวลาที่โจทก์ฟ้องไม่ การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นความผิดฐานบุกรุกตามฟ้องของโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2244/2532 นางลัดดา ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม โจทก์ นายสุก อุ่นเสนา จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลัดดา ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม · จำเลย - นายสุก อุ่นเสนา
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิลปชัย มัทธุรศ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดธัญบุรี - นายจักรกฤช เจริญเลิศ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุไร คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3081/2524ฎีกา 185/2566ฎีกา 2718/2538ฎีกา 18654/2555ฎีกา 435/2535ฎีกา 2269/2538ฎีกา 503/2482ฎีกา 45/2507ฎีกา 584/2519ฎีกา 1958/2526ฎีกา 527/2538ฎีกา 2824/2535ฎีกา 291/2537ฎีกา 928/2520ฎีกา 3441/2525ฎีกา 8403/2554ฎีกา 2247/2519ฎีกา 6006/2561ฎีกา 3571/2562ฎีกา 1297/2501ฎีกา 21/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา