⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 225/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ผู้เช่าซื้อรถยนต์ซึ่งเป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์ในรถยนต์ที่เอาประกันภัย ถือเป็นผู้เอาประกันภัยและมีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันภัยไว้ สัญญาประกันภัยจึงมีผลสมบูรณ์ 2. การที่ตัวการมอบหมายให้ผู้อื่นเป็นตัวแทนในการทำสัญญาประกันภัยโดยมิได้เปิดเผยชื่อตัวการ การตั้งตัวแทนไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ และตัวการย่อมแสดงตนเข้ารับเอาสัญญาที่ตัวแทนทำไว้แทนได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เช่าซื้อรถยนต์คันที่เอาประกันภัยมาใช้ในกิจการของโจทก์โดยมอบหมายให้ พ. ผู้ถือหุ้นของบริษัทโจทก์เป็นผู้ดำเนินกิจการทุกอย่างเกี่ยวกับรถยนต์ของโจทก์ พ. นำรถยนต์คันดังกล่าวไปทำประกันภัยไว้กับจำเลยแทนโจทก์และโจทก์เป็นผู้ชำระเบี้ยประกัน เช่นนี้ ถือว่าโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัยเมื่อโจทก์ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยเป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์ในรถยนต์คันที่เอาประกันภัยโจทก์เช่าซื้อมา โจทก์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเหตุที่เอาประกันภัยไว้ สัญญาประกันภัยย่อมมีผลสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา863 กรณีเช่นนี้ โจทก์เป็นตัวการมิได้เปิดเผยชื่อ การตั้ง พ.เป็นตัวแทนจึงไม่ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือตามมาตรา 798และโจทก์ตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อย่อมแสดงตนให้ปรากฎและเข้ารับเอาสัญญาประกันภัยที่ พ. ตัวแทนทำไว้กับจำเลยแทนได้ตามมาตรา 806 และแม้ พ. จะละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงที่ว่ารถยนต์คันที่เอาประกันภัยโจทก์เป็นผู้ครองครองใช้ประโยชน์ซึ่งอาจจะได้จูงใจจำเลยให้เรียกเบี้ยประกันสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา ก็เพียงแต่ทำให้สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆียะตามมาตรา 865 เท่านั้น เมื่อจำเลยไม่ได้ใช้สิทธิบอกล้างสัญญาดังกล่าว จำเลยจึงต้องรับผิดต่อโจทก์.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.798 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.806 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.863 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.865 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.798 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.806 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.863

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองรถยนต์บรรทุก 10 ล้อคันหมายเลขทะเบียน 80-1477 ลพบุรี โดยเช่าซื้อจากห้างหุ้นส่วนจำกัดไทยรุ่งเรืองลพบุรี โจทก์ได้มอบให้นายพีรเดช ไชยศรีหา เป็นตัวแทนของโจทก์โดยไม่เปิดเผยชื่อตัวการนำรถดังกล่าวไปทำสัญญาประกันภัยไว้กับจำเลยเป็นเงิน 250,000 บาท ระหว่างอายุสัญญา มีคนร้ายลักเอารถดังกล่าวไป ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจติดตามนำรถกลับคืนมาได้โดยคนร้ายได้ลักเอาสิ่งของอุปกรณ์ไป 29 รายการเป็นเงิน 648,950บาท โจทก์แจ้งให้จำเลยซ่อมให้ จำเลยไม่ยอมซ่อมให้ โจทก์ได้รับความเสียหายที่ไม่ได้ใช้รถซึ่งคาดว่าอยู่ในระยะเวลาที่จะซ่อมรถแล้วเสร็จได้เป็นเวลา 45 วัน เป็นเงิน 67,500 บาท และจำเลยจะต้องรับผิดตามกรมธรรม์ 250,000 บาท กับค่าเสียหายอีกวันละ 1,500 บาทนับแต่วันฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินแก่โจทก์ 317,500 บาท และค่าเสียหายวันละ 1,500 บาทนับแต่วันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นผู้เช่าซื้อรถยนต์คันที่เอาประกันภัยจริง แต่โจทก์มิได้มอบอำนาจให้นายพีรเดช ไชยศรีหา เป็นผู้นำรถไปประกันภัยกับจำเลย และโจทก์ก็ไม่ได้เป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยนายพีรเดชนำรถไปประกันภัยกับจำเลยโดยรู้อยู่ว่าตนเองไม่มีส่วนได้เสีย และนายพีรเดชก็เป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยด้วยเงินของตนเองสัญญาประกันภัยที่จำเลยทำกับนายพีรเดชจึงไม่ผูกพันจำเลย จำเลยไม่ต้องรับผิดตามสัญญาประกันภัยต่อนายพีรเดชหรือโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยใช้เงินแก่โจทก์ 250,000 บาทและให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท สำหรับค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนเท่าที่โจทก์ชนะคดี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันเป็นอันยุติฟังได้ว่า โจทก์เช่าซื้อรถยนต์คันที่เอาประกันภัยมาใช้ในกิจการของโจทก์ โจทก์ได้มอบหมายให้นายพีรเดชผู้ถือหุ้นของบริษัทโจทก์เป็นผู้ดำเนินกิจการทุกอย่างเกี่ยวกับรถยนต์ของโจทก์นายพีรเดชเป็นผู้ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้กับจำเลยแทนโจทก์ และโจทก์เป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัยเห็นว่า เมื่อฟังได้ว่า นายพีรเดชทำสัญญาประกันภัยไว้กับจำเลยแทนโจทก์ ก็ต้องถือว่าโจทก์เป็นผู้เอาประกันภัย ไม่ใช่นายพีรเดชเป็นผู้เอาประกันภัยเมื่อโจทก์เป็นผู้ครอบครองและใช้ประโยชน์รถยนต์คันที่เอาประกันภัยซึ่งโจทก์เช่าซื้อมา โจทก์จึงเป็นผู้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้ สัญญาประกันภัยย่อมมีผลสมบูรณ์ผูกพันโจทก์และจำเลยหาใช่กรณีที่ผู้เอาประกันภัยมิได้มีส่วนได้เสียในเหตุที่ประกันภัยไว้นั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 863 ดังที่จำเลยฎีกาไม่ และกรณีนี้โจทก์ตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อได้แสดงตนให้ปรากฏเข้ารับเอาสัญญาประกันภัยที่นายพีรเดชตัวแทนได้ทำไว้กับจำเลยแทนตน ซึ่งโจทก์เข้ารับเอาสัญญานี้ได้ตามมาตรา 806 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ที่จำเลยฎีกาว่า คดีการตั้งตัวแทนไม่ได้มีหลักฐานเป็นหนังสือจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 798 เห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวใช้แก่กรณีที่มีการตั้งตัวแทนจริง ๆ ส่วนกรณีตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อตามมาตรา 806 นั้น ย่อมแสดงอยู่ในตัวแล้วว่าการตั้งตัวแทนมิได้มีหลักฐานเป็นหนังสือ เพราะหากมีหลักฐานเป็นหนังสือแล้ว ก็ไม่ใช่ตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อ ดังนั้น จึงจะนำมาตรา 798 มาใช้บังคับแก่กรณีตัวการซึ่งมิได้เปิดเผยชื่อในคดีนี้ไม่ได้ ที่จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า สัญญาประกันภัยมิใช่สัญญาธรรมดาทั่วไป แต่เป็นสัญญาที่ผู้รับประกันภัยจะต้องพิจารณาบุคคลผู้เอาประกันภัยเป็นข้อสำคัญ เพื่อการพิจารณาเรื่องเบี้ยประกันภัยหรือเพื่อพิจารณาว่าสมควรจะรับประกันภัยไว้หรือไม่ เมื่อนายพีรเดชนำรถยนต์คันที่เอาประกันภัยมาประกันภัยไว้กับจำเลย จำเลยย่อมเข้าใจว่านายพีรเดชเป็นเจ้าของรถ การพิจารณาเรื่องเบี้ยประกันภัยหรือเงื่อนไขต่าง ๆ ย่อมแตกต่างจากกรณีผู้เอาประกันภัยเป็นนิติบุคคลนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะอ้างว่านายพีรเดช ตัวแทนของโจทก์ละเว้นเสียไม่เปิดเผยข้อความจริงที่ว่ารถยนต์คันที่เอาประกันภัยนั้น นิติบุคคลโจทก์เป็นผู้ครอบครองใช้ประโยชน์ ซึ่งอาจจะได้จูงใจจำเลยผู้รับประกันภัยให้เรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นอีกหรือให้บอกปัดไม่ยอมทำสัญญา ก็เพียงแต่ทำให้สัญญาประกันภัยตกเป็นโมฆียะตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 บัญญัติไว้เท่านั้นข้อเท็จจริงไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ใช้สิทธิบอกล้างสัญญาประกันภัยฉบับนี้ โดยอาศัยเหตุที่จำเลยกล่าวอ้างมาข้างต้น นอกจากนี้จำเลยไม่ได้ยกปัญหานี้ขึ้นต่อสู้ไว้ในคำให้การด้วย ดังนั้น จำเลยจึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายต่อรถยนต์คันที่เอาประกันภัยของโจทก์ที่ถูกคนร้ายลักเอาส่วนประกอบและอุปกรณ์ที่ติดประจำอยู่ไปที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 225/2532 บริษัท กมล เดช จำกัด โจทก์ บริษัท ธน กิจ ประกันภัย จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท กมล เดช จำกัด · จำเลย - บริษัท ธน กิจ ประกันภัย จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกียรติ จาตนิลพันธุ์ · บุญส่ง คล้ายแก้ว · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 317/2489ฎีกา 423/2528ฎีกา 1452/2511ฎีกา 9349/2539ฎีกา 5059/2538ฎีกา 6/2475ฎีกา 1897/2538ฎีกา 710/2542ฎีกา 3125/2535ฎีกา 7688/2544ฎีกา 7954/2538ฎีกา 1122/2519ฎีกา 3821/2538ฎีกา 2649/2522ฎีกา 2690-2691/2538ฎีกา 158/2509ฎีกา 10421/2551ฎีกา 1130/2544ฎีกา 1892/2538ฎีกา 1451/2521ฎีกา 752/2510ฎีกา 418/2501ฎีกา 1/2511ฎีกา 1815/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ