คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2749/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าหนี้ตกลงยอมให้ลูกหนี้ผ่อนชำระหนี้เป็นงวด ๆ กำหนดเวลาแน่นอน ถือเป็นการเรียกเอาเงินอันพึงส่งเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 ซึ่งมีอายุความ 5 ปี
ย่อคำพิพากษา
เมื่อเงินประกันของโจทก์ที่จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนโจทก์นั้นโจทก์ได้ตกลงยอมให้จำเลยผ่อนชำระคืนโจทก์เป็นงวด ๆ งวดละเดือนการที่โจทก์มาฟ้องเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวจากจำเลย จึงเป็นการเรียกเอาจำนวนเงินอันพึงส่งเพื่อผ่อนทุนคืนเป็นงวด ๆ มีกำหนดเวลาแน่นอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 166 มีกำหนดอายุความห้าปี
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ย
ก่อนจำเลยยื่นคำให้การ โจทก์ถอนฟ้องจำเลยที่ ๓
จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การว่า โจทก์กับจำเลยที่ ๑ ตกลงกันให้จำเลยที่ ๑ ชำระเงินคืนแก่โจทก์เป็นงวด จำเลยที่ ๑ ชำระเงินคืนโจทก์แล้วบางส่วน ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า เงินประกันจำนวน ๑๕๐,๐๐๐บาทนั้น จำเลยที่ ๑ ได้ชำระเงินคืนให้โจทก์เป็นงวด ๆ รวม ๑๓ งวด เป็นเงิน ๖๕,๐๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ยังคงค้างชำระอยู่ ๘๕,๐๐๐บาทเท่านั้น แต่คดีโจทก์ขาดอายุความแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ชำระเงินประกันคืนให้โจทก์จำนวน ๖๕,๐๐๐ บาทแล้ว และยังค้างชำระอยู่เพียง ๘๕,๐๐๐บาท จริงดังที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยแต่เห็นว่าคดีไม่ขาดอายุความพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ร่วมกันชำระหนี้ให้โจทก์๘๕,๐๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ
จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าเงินประกันของโจทก์ที่จำเลยมีหน้าที่ต้องคืนให้โจทก์นั้น โจทก์ตกลงยอมให้จำเลยผ่อนชำระคืนให้โจทก์เป็นงวด ๆ งวดละเดือน กรณีดังกล่าวเป็นการเรียกเอาจำนวนเงินอันพึงส่งเพื่อผ่อนทุกคืนเป็นงวด ๆ มีกำหนดเวลาแน่นอนการฟ้องเรียกร้องเงินจำนวนดังกล่าวแต่ละงวดจึงมีกำหนดอายุความห้าปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๖ เมื่อจำเลยจะต้องชำระเงินงวดสุดท้ายแก่โจทก์ในเดือนสิงหาคม ๒๕๒๐ แต่โจทก์มาฟ้องคดีนี้ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๒๖ ดังนั้นแม้โจทก์จะฟ้องเรียกเงินประจำงวดสุดท้ายก็เกินห้าปีแล้ว คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๖
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2749/2532
นายอมร อมรปิยศิริ โจทก์
บริษัทฟาร์มยุทธนา จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายอมร อมรปิยศิริ · จำเลย - บริษัทฟาร์มยุทธนา จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายอุไร คังคะเกตุ · ศาลอุทธรณ์ - นายมีพาศน์ โปตระนันทน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา