⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3380/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3380/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เพียงเล็กน้อยจากคำพิพากษาศาลชั้นต้น ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ทั้งสองฟ้องขับไล่จำเลยผู้บุกรุกให้รื้อถอนอาคารส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินบางส่วนของโจทก์ที่ 1 ซึ่งให้โจทก์ที่ 2 เช่าและร่วมกันเรียกค่าเสียหาย 10,000 บาท กับอีกเดือนละ 1,000 บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองชนะคดีเต็มตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ที่ 2 และให้จำเลยชำระค่าเสียหายเพียงเดือนละ 500 บาท คงให้โจทก์ที่ 1 ชนะคดี จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.พ. มาตรา 248

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองบ้านเลขที่ ๓๓๕ ได้สร้างหลังคาและรั้วรุกล้ำเข้าไปในที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๔๑ ของโจทก์ที่ ๑ ซึ่งมีตึกแถวเลขที่ ๑๘๒ ปลูกอยู่ และโจทก์ที่ ๒เป็นผู้เช่า ขอให้บังคับจำเลยและบริวารรื้ออาคารส่วนที่รุกล้ำออกไปจากที่ดินของโจทก์ ถ้าจำเลยไม่รื้อถอนให้ศาลมีคำสั่งให้โจทก์รื้อถอนโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดและชำระค่าเสียหายถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท กับเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะรื้อออกไป จำเลยให้การว่า โจทก์ที่ ๒ เป็นเพียงผู้เช่า ไม่มีอำนาจฟ้องเจ้าของตึกแถวเลขที่ ๓๓๕ เดิมเป็นผู้ก่อสร้างรุกล้ำโดยได้รับความยินยอมจากเจ้าอาวาสคนก่อน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารรื้อถอนส่วนที่บุกรุกออกไปจากที่ดินของโจทก์ที่ ๑ ถ้าไม่รื้อ ให้โจทก์เป็นผู้รื้อโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ให้จำเลยชำระค่าเสียหาย ๑๐,๐๐๐ บาทถึงวันฟ้อง และเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท จนกว่าจะรื้อเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒ ห้ามจำเลยและบริวารบุกรุกที่ดินพิพาทของโจทก์ที่ ๑ และให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไป ถ้าจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ที่ ๑ เป็นผู้รื้อถอนโดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และให้จำเลยชำระค่าเสียหายให้โจทก์ที่ ๑ เดือนละ ๕๐๐ บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่ารื้อถอนเสร็จ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้โจทก์ทั้งสองร่วมกันฟ้องขับไล่จำเลยผู้บุกรุกให้รื้อถอนออกไปจากที่ดินบางส่วนของโจทก์ที่ ๑ซึ่งให้โจทก์ที่ ๒ เช่าอาคารและที่ดินดังกล่าวและร่วมเรียกค่าเสียหาย ๑๐,๐๐๐ บาท กับค่าเสียหายอีกเดือนละ ๑,๐๐๐ บาทนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไป ศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ทั้งสองชนะคดีเต็มตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้ยกฟ้องโจทก์ที่ ๒คงให้โจทก์ที่ ๑ ชนะคดีในเรื่องขับไล่และแก้ค่าเสียหายเพียงเล็กน้อย จึงเป็นกรณีที่ศาลอุทธรณ์เพียงแต่แก้ไขเล็กน้อย ต้องห้ามมิให้จำเลยฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๔๘..." พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอในส่วนที่ให้โจทก์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้เองโดยให้จำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3380/2532 วัดบวรนิเวศวิหาร กับพวก โจทก์ นายฉันท์ เจริญศิริกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - วัดบวรนิเวศวิหาร กับพวก · จำเลย - นายฉันท์ เจริญศิริกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · ปชา วรธรรมพินิจ · เสียง ตรีวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประคอง มากมิ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายประคนธ์ พันธ์วิชาติกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 746-750/2538ฎีกา 506/2507ฎีกา 44/2539ฎีกา 1645/2499ฎีกา 606/2489ฎีกา 909/2490ฎีกา 840/2537ฎีกา 2540/2539ฎีกา 3269/2537ฎีกา 1478/2523ฎีกา 5369/2537ฎีกา 2596/2544ฎีกา 1537/2482ฎีกา 2073/2538ฎีกา 9686/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 1533/2519ฎีกา 1056/2492ฎีกา 943/2520ฎีกา 1203/2549ฎีกา 401/2481ฎีกา 3552/2539ฎีกา 2662/2538ฎีกา 7578/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา