⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3663/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3663/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสั่งว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกันโดยมิได้มีการไต่สวนข้อเท็จจริงก่อน เป็นการไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น โดยอ้างเหตุว่าป่วย และมีใบรับรองแพทย์มาแสดง หากศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าจำเลยป่วยจริง ก็ชอบที่จะไต่สวนฟังข้อเท็จจริงเสียก่อน การที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยประวิงคดี จงใจไม่มาฟังคำพิพากษาและสั่งว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกันโดยมิได้มีการไต่สวนเสียก่อนจึงเป็นการไม่ชอบแม้ผู้ประกันร่วมจะมิได้ฎีกาศาลฎีกาก็พิพากษาให้มีผลถึงผู้ประกันร่วมได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 247,243(2),245(1) ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.15 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.119 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.21 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.243 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.245

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ประทับฟ้องไว้พิจารณา ผู้ประกันยื่นคำร้องขอให้ปล่อยจำเลยชั่วคราว ศาลชั้นต้นอนุญาตและตีราคาค่าประกัน45,000 บาท ระหว่างการพิจารณา จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 ธันวาคม 2529 เวลา 9 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัด จำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปเนื่องจากจำเลยป่วยเพราะกล้ามเนื้อคออักเสบและได้ชำระหนี้ให้โจทก์บางส่วนแล้ว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2530 เวลา 9 นาฬิกา ในวันนัดจำเลยขอเลื่อนคดีอีกอ้างเหตุอย่างเดียวกัน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 12 มีนาคม 2530 เวลา 9 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดผู้ประกันได้มอบฉันทะให้ทนายจำเลยเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทนผู้ประกันเกี่ยวกับการส่งตัวจำเลยและยื่นคำร้องเกี่ยวกับการส่งตัวจำเลยแทน รายละเอียดปรากฏตามใบมอบฉันทะฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2530 ฝ่ายโจทก์ จำเลย ทนายจำเลยตลอดจนผู้ประกันมาศาลจำเลยได้ชำระหนี้ตามเช็คให้โจทก์บางส่วน ศาลสั่งให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 20 เมษายน 2530 เวลา 9 นาฬิกาเมื่อถึงกำหนดนัด จำเลย ผู้ประกันมาศาลพร้อมกับชำระหนี้ให้โจทก์บางส่วน ศาลสั่งให้เลื่อนคดีไปนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 5 มิถุนายน2530 เวลา 9 นาฬิกา ครั้นถึงวันนัดทนายจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปอ้างเหตุว่าตัวจำเลยป่วยด้วยโรคหมอนกระดูกหรือกระดูกต้นคอทับประสาทอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ไม่สามารถเดินทางมาจังหวัดเพชรบูรณ์ได้เพราะเกรงว่าอาการจะกำเริบหากต้องเคลื่อนไหวในการเดินทางโดยแนบใบรับรองแพทย์ท้ายคำร้องโจทก์แถลงคัดค้านว่าจำเลยขอเลื่อนคดีด้วยเหตุป่วยมาหลายครั้งแล้วศาลชั้นต้นเห็นว่า อาการป่วยของจำเลยตามใบรับรองแพทย์ไม่รุนแรงถึงกับจะมาศาลไม่ได้ ตัวจำเลยอยู่ถึงจังหวัดเชียงใหม่ไม่อาจตรวจสอบได้ พฤติการณ์ของจำเลยส่อไปในทางประวิงคดี ประกอบกับผู้ประกันของจำเลยก็ไม่มาจึงไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีถือว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกันให้ปรับผู้ประกันตามสัญญา ผู้ประกันทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน นายพงษ์ศักดิ์ แซ่สัวผู้ประกันฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่ผู้ประกันฎีกาว่า ผู้ประกันได้มาศาลตามนัด ศาลชั้นต้นควรไต่สวนคำร้อง ของ จำเลยเสียก่อนว่าจำเลยเจ็บป่วยมาศาลไม่ได้จริงหรือไม่ การที่ศาลชั้นต้นสั่งปรับนายประกันเป็นการไม่ชอบนั้น เห็นว่า ตามใบมอบฉันทะฉบับลงวันที่ 12 มีนาคม 2530ทนายจำเลยมีอำนาจกระทำการแทนผู้ประกันเกี่ยวกับการนำตัวจำเลยส่งศาลตลอดจนยื่นคำร้องต่อศาลเกี่ยวกับการส่งตัวจำเลย ตามคำร้องขอเลื่อนคดีของจำเลยที่ยื่นต่อศาลโดยทนายจำเลยยื่นแทนนั้น ทนายจำเลยมีอำนาจกระทำการแทนผู้ประกัน เมื่อทนายจำเลยมาศาลก็ถือได้ว่าผู้ประกันได้มาศาลในวันนัดด้วย การที่ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีแม้ไม่ได้ระบุในคำร้องว่าได้กระทำในฐานะตัวแทนของผู้ประกันด้วย ก็พออนุโลมได้ว่า คำร้องดังกล่าวได้ยื่นโดยผู้ประกันด้วย ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยได้ยื่นคำร้องขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยอ้างเหตุว่าป่วย และตามใบรับรองแพทย์ท้ายคำร้องขอเลื่อนคดีของจำเลย แพทย์มีความเห็นว่าจำเลยป่วยมีอาการของหมอนกระดูกทับเส้นประสาท มีอาการปวดและก้มเงยลำบาก ควรพักวันที่ 4 และ 5 มิถุนายน 2530 หากศาลชั้นต้นไม่เชื่อว่าจำเลยป่วยถึงขนาดมาศาลไม่ได้ก็ชอบที่จะไต่สวนฟังข้อเท็จจริงเสียก่อน เพราะในวันนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 20 เมษายน 2530 จำเลยก็ได้มาศาลด้วยตนเอง ฉะนั้นการที่ศาลชั้นต้นสั่งว่าจำเลยประวิงคดี จงใจไม่มาฟังคำพิพากษาและสั่งว่าผู้ประกันผิดสัญญาประกันด้วยนั้น จึงไม่ชอบ ฎีกาของผู้ประกันฟังขึ้น และแม้นายวัลลภ อุ่ยวิรัตน์ ผู้ประกันร่วมจะไม่ได้ฎีกา แต่เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับการชำระหนี้อันไม่อาจแบ่งแยกได้ ศาลฎีกาจึงพิพากษาให้มีผลถึงนายวัลลภผู้ประกันร่วมด้วยทั้งนี้ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247,243(2), 245(1) ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 15" พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และคำสั่งศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3663/2532 ห้างหุ้นส่วนจำกัด มหานคร กล กิจ โจทก์ ผู้ประกัน โจทก์ นาย วัลลภ อุ่ยวิรัตน์ กับพวก โจทก์ นาย ธีรภัณฑ์ ตันตระกูล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัด มหานคร กล กิจ · โจทก์ - ผู้ประกัน · โจทก์ - นาย วัลลภ อุ่ยวิรัตน์ กับพวก · จำเลย - นาย ธีรภัณฑ์ ตันตระกูล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียร ยูงทอง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4810/2542ฎีกา 280/2530ฎีกา 9028/2542ฎีกา 2076/2542ฎีกา 99/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4637/2567ฎีกา 7988/2551ฎีกา 2186/2550ฎีกา 5272/2544ฎีกา 6911/2544ฎีกา 8108/2542ฎีกา 2520/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 1660/2518ฎีกา 3329/2550ฎีกา 1165/2537ฎีกา 6625/2540ฎีกา 2898/2538ฎีกา 189/2540ฎีกา 1166/2491ฎีกา 4636/2543ฎีกา 3790-3792/2540ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา