⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3981/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3981/2532

ป.วิ.แพ่ง ม.131, 132, 187 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปอีก และกระบวนพิจารณาเป็นอันสิ้นสุด โดยคำแถลงของจำเลยถือว่าเป็นการตั้งใจให้ศาลทำการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป

ย่อคำพิพากษา

ในวันนัดสืบพยานซึ่งโจทก์มีหน้าที่นำสืบก่อน เมื่อโจทก์ไม่นำพยานมาสืบในวันนัด โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาซึ่งศาลอาจสั่งจำหน่ายคดีเสียก็ได้ เมื่อจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน แม้มิได้แถลงให้ชัดแจ้งว่าจำเลยตั้งใจจะให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป แต่กรณีโจทก์ขาดนัดพิจารณาและจำเลยแถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างใดต่อไปอีก และกระบวนพิจารณาเป็นอันสิ้นสุด ดังนี้ คำแถลงของจำเลยดังกล่าวจึงถือได้ว่าจำเลยตั้งใจให้ศาลทำการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไปแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.131 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.187 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.201

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.131 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.187 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.201 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายตามสัญญาเช่าซื้อ จำเลยที่ ๑ ให้การว่า จำนวนค่าเสียหายไม่เป็นไปตามฟ้อง ส่วนจำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ ในวันสืบพยาน โจทก์ไม่มาศาลและมิได้ร้องขอเลื่อนคดีหรือแจ้งเหตุขัดข้องที่ไม่มาศาลให้ทราบ ศาลชั้นต้นจึงถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณาและมีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ได้ความว่าวันนัดสืบพยาน โจทก์และพยานไม่มาศาลและไม่แจ้งเหตุขัดข้อง ทนายจำเลยที่ ๑ แถลงไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นเห็นว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้จำหน่ายคดีจากสารบบความ ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งจำหน่ายคดีไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๐๑ ต้องพิพากษาชี้ขาดไปตามรูปคดีนั้น ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๐๑ บัญญัติว่า "ถ้าได้ส่งหมายกำหนดวันนัดสืบพยานให้โจทก์ทราบโดยชอบแล้ว โจทก์ขาดนัดพิจารณา ให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีนั้นเสียจากสารบบความ เว้นแต่จำเลยจะได้แจ้งต่อศาลในวันหรือก่อนวันสืบพยานว่า ตนตั้งใจจะให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป..."ปัญหามีว่า การที่ทนายจำเลยที่ ๑ แถลงไม่ติดใจสืบพยานจะถือว่าตั้งใจจะให้ศาลดำเนินการพิพากษาคดีต่อไปหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์มีหน้าที่นำพยานเข้าสืบก่อน เมื่อไม่นำมาสืบในวันนัดโดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง ถือว่าโจทก์ขาดนัดพิจารณา ศาลจึงอาจสั่งจำหน่ายคดีได้ การที่ทนายจำเลยที่ ๑ แถลงไม่ติดใจสืบพยานโดยมิได้แถลงให้ชัดแจ้งว่าจำเลยตั้งใจจะให้ดำเนินการพิจารณาคดีต่อไป แต่เมื่อจำเลยแถลงเช่นนั้น และศาลก็ไม่ต้องดำเนินกระบวนพิจารณาอย่างใดต่อไปอีก กระบวนพิจารณาในคดีนี้จึงเป็นอันสิ้นสุด ถือได้ว่าการที่จำเลยแถลงดังกล่าว จำเลยตั้งใจจะให้ศาลทำการพิจารณาพิพากษาคดีต่อไป ศาลชั้นต้นจึงต้องมีคำพิพากษาในเรื่องนี้ พิพากษาให้ยกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาไปตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3981/2532 บริษัทเงินทุนพรประภา จำกัด โจทก์ นายบัญญัติ พิมานรัตน์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเงินทุนพรประภา จำกัด · จำเลย - นายบัญญัติ พิมานรัตน์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · สุทิน นนทแก้ว · บุญส่ง วรรณกลาง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประสาน มีลาภ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพฑูรย์ เนติโพธิ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7980/2551ฎีกา 265/2481ฎีกา 125/2526ฎีกา 2270/2524ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2245/2535ฎีกา 779/2532ฎีกา 2018/2548ฎีกา 1874/2519ฎีกา 12569/2547ฎีกา 8366/2557ฎีกา 1606/2500ฎีกา 6472/2541ฎีกา 1574/2498ฎีกา 2627/2522ฎีกา 3474/2538ฎีกา 687/2493ฎีกา 514/2499ฎีกา 7279/2540ฎีกา 581/2502ฎีกา 1644/2519ฎีกา 491/2523ฎีกา 923/2523ฎีกา 2159/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา