⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4101-4102/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4101-4102/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำสั่งเลื่อนคดีโดยเชื่อว่าทนายจำเลยป่วยจริงตามใบรับรองแพทย์ ถือเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบแล้ว แม้ภายหลังจะปรากฏว่าใบรับรองแพทย์ไม่ตรงต่อความจริง ศาลจะยกเลิกคำสั่งเลื่อนคดีในภายหลังไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลเชื่อว่าทนายจำเลยป่วยจริงเพราะมีใบรับรองแพทย์แนบมาพร้อมคำร้องขอเลื่อนคดีจึงอนุญาตให้เลื่อนคดีเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบ มิได้เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 เมื่อการสั่งเลื่อนคดีดังกล่าวไม่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบแล้ว แม้ความจะปรากฏต่อมาว่าจำเลยเสนอใบรับรองแพทย์ซึ่งไม่ตรงต่อความจริงต่อศาลเพื่อขอเลื่อนคดี ศาลจะยกเลิกเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวในภายหลังหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.40

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาท ๒ แปลงขอให้พิพากษาให้จำเลยคืนโฉนดที่ดิน ๒ แปลง พร้อมหนังสือมอบอำนาจให้จำเลยดูแลผลประโยชน์ จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาททั้ง ๒ แปลง จำเลยเป็นผู้ซื้อที่ดินทั้ง ๒ แปลงดังกล่าว แต่ใส่ชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน ขอให้ยกฟ้อง และฟ้องแย้งให้โจทก์โอนที่พิพาททั้ง ๒ แปลงให้จำเลย หากไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของโจทก์ โจทก์ยื่นคำให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์เป็นผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทแต่ผู้เดียว ขอให้ยกฟ้องแย้ง ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยนำสืบก่อน ถึงวันนัดศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลย และพิพากษาให้จำเลยส่งมอบโฉนดที่ดินพิพาท ๒ แปลง และหนังสือมอบอำนาจคืนโจทก์ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานจำเลย ขอให้สืบพยานจำเลยต่อไป และอุทธรณ์ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานจำเลยไม่ชอบพิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและนำพยานเข้าสืบได้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไป และให้ยกอุทธรณ์จำเลย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า มีปัญหาพิจารณาตามฎีกาของโจทก์ว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีแล้ว ภายหลังกลับสั่งไม่อนุญาตให้เลื่อนคดีชอบหรือไม่ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ศาลชั้นต้นชี้สองสถานให้จำเลยนำสืบก่อนและนัดสืบพยานจำเลยวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๒๙ และวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๒๙ วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ทนายโจทก์และตัวจำเลยมาศาล มีคำร้องของทนายจำเลยขอเลื่อนคดีอ้างว่าสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครออกหาเสียงตรากตรำ มีอาการไม่สบาย วิงเวียนศีรษะ เป็นลมไม่สามารถว่าความได้ ทนายโจทก์ไม่ค้าน ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๒๙ เวลา ๙ นาฬิกาถึงวันนัดทนายโจทก์และจำเลยมาศาล มีคำร้องขอเลื่อนคดีของทนายจำเลยว่าป่วยไม่สามารถมาศาลได้ มีใบรับรองแพทย์แนบมาด้วย ระบุว่าทนายจำเลยป่วย ปวดท้อง ท้องเสีย ทนายโจทก์คัดค้านว่าทนายจำเลยไม่ได้ป่วยจริงตามใบรับรองแพทย์ ศาลชั้นต้นเห็นว่าทนายจำเลยมีใบรับรองแพทย์มาแสดงควรให้โอกาสทนายจำเลยอีกนัดหนึ่ง จึงอนุญาตให้เลื่อนคดีไปนัดสืบพยานจำเลยในวันที่ ๑๒ และ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๙ เวลา ๙ นาฬิกา วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๒๙ ทนายโจทก์ยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นว่าเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๒๙ ทนายจำเลยไม่ได้ป่วยแต่ได้ไปว่าความที่ศาลแพ่งในคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๑๒๕๘/๒๕๒๗ระหว่าง นายเสริมสุข บุญครอง กับพวก โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดพัฒนานครก่อสร้างกับพวก จำเลย โดยแนบหลักฐานภาพถ่ายใบแต่งทนายและรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแพ่ง ฉบับลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๒๙ ต่อศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นสอบถามทนายจำเลยแถลงว่าในวันดังกล่าวตนป่วยจริงและพักอยู่ที่บ้าน ทนายจำเลยเห็นว่าตนมีภูมิลำเนาอยู่ใกล้ศาลและสามารถจะไปศาลแพ่งได้ จึงได้ไปว่าความที่ศาลแพ่งในวันดังกล่าวและว่าไม่มีเจตนาประวิงคดี ศาลชั้นต้นเห็นว่าคำแถลงของทนายจำเลยไม่มีน้ำหนักเพียงพอ ถือว่าจำเลยมีเจตนาประวิงคดีจึงให้ยกเลิกคำสั่งที่อนุญาตให้เลื่อนคดีในรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๒๙ เป็นไม่อนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและถือว่าจำเลยไม่ติดใจสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานจำเลยในวันนั้นเสียและให้ทำการสืบพยานโจทก์ต่อไปในวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๒๙ เวลา ๙ นาฬิกา ถึงวันนัด ศาลชั้นต้นได้สืบพยานโจทก์จนหมดพยานโจทก์รวม ๒ ปากแล้วพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีเมื่อวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๒๙ ดังนี้ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลชั้นต้นเชื่อว่าทนายจำเลยป่วยจริงเพราะมีใบรับรองแพทย์แนบมาพร้อมคำร้อง จึงได้อนุญาตให้เลื่อนคดีนั้นเป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาที่ชอบแล้ว มิได้เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๗ เพราะมิได้มีกฎหมายบัญญัติว่า การขอเลื่อนคดีอ้างว่าทนายป่วยจะต้องมีใบรับรองแพทย์แนบมาด้วยเสมอไป การที่ฝ่ายจำเลยเสนอใบรับรองแพทย์ซึ่งไม่ตรงต่อความจริงต่อศาลเพื่อขอเลื่อนคดีก็เป็นการกระทำอีกอันหนึ่งต่างหาก ดังนั้น เมื่อการสั่งเลื่อนคดีของศาลชั้นต้นไม่เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบแล้ว ศาลชั้นต้นจะยกเลิกเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวในภายหลังหาได้ไม่ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำเลยเลื่อนคดีและนำพยานเข้าสืบได้ ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียทั้งสองศาลให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4101 - 4102/2532 นายปราโมทย์ สงวนเชื้อ โจทก์ นายบรรจบ สงวนเชื้อ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปราโมทย์ สงวนเชื้อ · จำเลย - นายบรรจบ สงวนเชื้อ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ถวิล ทองสว่างรัตน์ · พัลลภ พิสิษฐ์สังฆการ · อากาศ บำรุงชีพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นางสาววีรา ไวยหงษ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประสิทธิ์ แสนศิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 648/2539ฎีกา 3758/2541ฎีกา 891/2538ฎีกา 972/2531ฎีกา 7390-7391/2553ฎีกา 1061/2491ฎีกา 194/2512ฎีกา 2221/2553ฎีกา 247/2530ฎีกา 1193/2535ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 2270/2524ฎีกา 280/2530ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 654/2541ฎีกา 108/2538ฎีกา 2521/2540ฎีกา 1572/2511ฎีกา 1172/2514ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2280/2559
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา