⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1009/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อทนายความของโจทก์มีอำนาจประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ได้ การยอมความของทนายความย่อมมีผลผูกพันโจทก์ และทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไป.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น โจทก์จำเลยตกลงกันได้และต่างแถลงร่วมกันว่าจำเลยได้ชำระเงินแก่โจทก์เกือบหมดแล้ว ส่วนที่เหลือจำเลยจะนำเงินมาชำระให้โจทก์ในวันรุ่งขึ้นจากวันที่ตกลงกันโดยจำเลยจะออกเช็คเงินสดให้โจทก์ไว้ โจทก์รับว่าเมื่อได้รับเงินตามเช็คที่จำเลยออกให้แล้ว โจทก์จะคืนเช็คอีก2 ฉบับที่จำเลยที่ 3 ออกให้ไว้ล่วงหน้าแก่จำเลย และโจทก์จะถอนฟ้องจำเลย ศาลชั้นต้นจึงเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไป เมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษา ทนายโจทก์ยื่นคำร้องว่าจำเลยได้ชำระหนี้ตามเช็คแล้ว ทนายโจทก์เห็นควรให้ถอนฟ้อง แต่โจทก์ไม่ยอมถอนฟ้อง ดังนี้เมื่อคดีเป็นความผิดต่อส่วนตัว และใบแต่งทนายความปรากฏว่าทนายโจทก์มีอำนาจประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ได้ทนายโจทก์ย่อมจะขอยอมความได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 35 วรรคสองและมีผลผูกพันโจทก์ เมื่อโจทก์ได้รับเงินตามเช็คที่จำเลยออกให้แก่โจทก์แล้ว จึงมีผลเป็นการยอมความ ทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตาม ป.วิ.อ. มาตรา 39(2)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.62 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์โดยมีเจตนากระทำความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค ต่อมาธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่ามีมูล ให้ประทับฟ้อง ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องเฉพาะจำเลยที่ ๓ ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ให้การปฏิเสธ แต่หลังจากสืบพยานโจทก์เสร็จแล้ว จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและขอรับสารภาพตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ มีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗มาตรา ๓ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓ ปรับจำเลยที่ ๑ ๑๐,๐๐๐ บาทจำคุกจำเลยที่ ๒ ๑ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงปรับจำเลยที่ ๑ ๕,๐๐๐ บาทจำคุกจำเลยที่ ๒ ๖ เดือน ถ้าจำเลยที่ ๑ ไม่ชำระค่าปรับให้ยึดทรัพย์ตามมาตรา ๒๙ จำเลยที่ ๒ ชำระหนี้ครบแล้วให้รอการลงโทษไว้ ๑ ปี จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยที่ ๒ ๒ เดือนจำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๒๑ เดือน โทษจำคุกรอไว้มีกำหนด ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าจำเลยที่ ๑ที่ ๒ ได้ออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์และธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ระหว่างพิจารณาโจทก์จำเลยตกลงกันได้ และทั้งสองฝ่ายต่างแถลงร่วมกันว่า จำเลยได้ชำระเงินแก่โจทก์เกือบหมดแล้ว ยังเหลืออีก ๕๒,๐๐๐ บาท จำเลยจะนำเงินที่เหลือมาชำระให้โจทก์ในวันรุ่งขึ้นจากวันที่ตกลงกันโดยจำเลยจะออกเช็คเงินสดให้โจทก์ ๕๒,๐๐๐ บาท โจทก์รับว่าเมื่อเช็คที่จำเลยออกให้ในวันนี้รับเงินได้แล้ว ก็จะคืนเช็คอีก ๒ ฉบับที่จำเลยที่ ๓ ออกให้ไว้ล่วงหน้าฉบับละ ๒๖,๐๐๐ บาท ให้จำเลยและโจทก์จะถอนฟ้องคดีนี้ ปรากฏตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นลงวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๓๐ ศาลชั้นต้นจึงเลื่อนการอ่านคำพิพากษาไปเมื่อถึงวันนัดฟังคำพิพากษาทนายโจทก์แถลงว่า ได้รับเงินจากจำเลยครบถ้วนแล้ว ทนายโจทก์เห็นว่าควรจะถอนฟ้อง แต่โจทก์ไม่ยอมถอนฟ้องทนายโจทก์จึงขอถอนตัว ศาลชั้นต้นอนุญาตและได้อ่านคำพิพากษาไปในวันนั้น พิเคราะห์แล้ว ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นดังกล่าว ทนายโจทก์แถลงว่าเมื่อได้รับเงินตามเช็คที่จำเลยที่ ๑ที่ ๒ ออกให้ในวันนั้นแล้ว โจทก์จะคืนเช็คเดิม ๒ ฉบับที่จำเลยที่ ๓ ออกให้ไว้ล่วงหน้าแก่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และจะถอนฟ้องให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ซึ่งต่อมาทนายโจทก์ได้มายื่นคำร้องว่าจำเลยได้ชำระหนี้ตามเช็คแล้ว ทนายโจทก์เห็นควรให้ถอนฟ้อง แต่โจทก์เปลี่ยนใจไม่ยอมถอนฟ้อง เห็นว่า คดีนี้เป็นความผิดต่อส่วนตัวและตามใบแต่งทนายความปรากฏว่าทนายโจทก์มีอำนาจประนีประนอมยอมความแทนโจทก์ได้ ทนายโจทก์ย่อมจะขอยอมความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๕ วรรคสอง และมีผลผูกพันโจทก์ เมื่อทนายโจทก์ได้แถลงต่อหน้าศาลตามที่ปรากฏในรายงานกระบวนพิจารณาว่าจะถอนฟ้องไม่ดำเนินคดีนี้แก่จำเลยเมื่อโจทก์ได้รับเงินตามเช็คที่จำเลยออกให้แก่โจทก์ดังกล่าวข้างต้น และต่อมาทนายโจทก์ได้มายื่นคำร้องว่าจำเลยได้ชำระหนี้ตามเช็คนั้นแล้ว โจทก์มีหน้าที่ถอนฟ้องและมีผลเป็นการยอมความทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๒) พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1009/2533 นายดุสิต องค์รัตนเสนีย์ โจทก์ บริษัทเวิลด์ เอ็กซิบิชชั่น แอนด์ คอนเฟอร์เรนซ์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายดุสิต องค์รัตนเสนีย์ · จำกัด - บริษัทเวิลด์ เอ็กซิบิชชั่น แอนด์ คอนเฟอร์เรนซ์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) · จำเลย - กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำลอง สุขศิริ · อัมพร ณ ตะกั่วทุ่ง · สัญชัย สิงหลกะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายถวิล อินทรักษา · ศาลอุทธรณ์ - นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2660/2536ฎีกา 1656/2512ฎีกา 666/2502ฎีกา 19406/2555ฎีกา 1124/2496ฎีกา 7168/2542ฎีกา 1979/2521ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 1499/2531ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 1748/2511ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 1041/2513ฎีกา 924/2530ฎีกา 1079/2511ฎีกา 178/2494ฎีกา 8404/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา