⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1214/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ศาลอาจลงโทษจำเลยในทุกข้อหาที่โจทก์บรรยายฟ้องได้ โดยไม่จำต้องถามจำเลยอีกว่ารับสารภาพในข้อหาใด

ย่อคำพิพากษา

เมื่อศาลอ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้วว่าโจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยในข้อหาใดบ้าง แล้วจึงถามคำให้การจำเลย ซึ่งจำเลยก็ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงตามฟ้อง แสดงว่ารับสารภาพในทุกข้อหาที่โจทก์บรรยายในฟ้องและศาลอาจลงโทษจำเลยในทุกข้อหาดังกล่าวได้ ดังนี้ ศาลชั้นต้นไม่จำต้องถามจำเลยต่อไปอีกว่าจำเลยรับสารภาพในข้อหาใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.172

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ฝ่ายหนึ่ง กับจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ อีกฝ่ายหนึ่ง ได้เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้โดยต่างฝ่ายต่างร่วมกันทำร้ายร่างกายอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นเหตุให้จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ได้รับอันตรายสาหัส และเป็นเหตุให้จำเลยที่ ๑ และที่ ๒ ได้รับอันตรายแก่กาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๘๓, ๒๙๕, ๒๙๗(๑) (๘), ๒๙๙ วรรคแรก จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ ให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แยกฟ้องเป็นคดีใหม่ ส่วนจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๔ และที่ ๕มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๓, ๒๙๕, ๒๙๗(๑) (๘), ๒๙๙ วรรคแรก ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗(๑) (๘) อันเป็นบทหนัก จำคุกคนละ ๘ ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ เห็นสมควรลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกคนละ ๔ ปี จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ ลงโทษจำคุกคนละ๖ เดือน จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงให้จำคุกจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ คนละ ๓ เดือน จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ฎีกาว่า โจทก์ฟ้องจำเลยทั้งห้าหลายข้อหาร่วมกันมา คือ เข้าร่วมในการชุลมุนต่อสู้ระหว่างบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส และร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย เมื่อจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงตามฟ้องแล้ว ศาลชั้นต้นหาได้ถามจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ให้ได้ความชัดเจนต่อไปไม่ว่าจำเลยที่ ๔และที่ ๕ ให้การรับสารภาพในข้อหาใดตามฟ้อง การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาคดีมาโดยที่ยังมิได้มีการถามจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ให้ได้ความชัดเจนดังกล่าว จึงเป็นการมิชอบ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า เกี่ยวกับการถามคำให้การจำเลยนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒ วรรคสอง บัญญัติว่าเมื่อโจทก์หรือทนายโจทก์และจำเลยมาอยู่ต่อหน้าศาลแล้วและศาลเชื่อว่าเป็นจำเลยจริง ให้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟัง และถามว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ จะให้การต่อสู้อย่างไรบ้างคำให้การของจำเลยให้จดไว้ ถ้าจำเลยไม่ยอมให้การ ก็ให้ศาลจดรายงานไว้ และดำเนินการพิจารณาต่อไปตามบทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้ศาลถามจำเลยว่าได้กระทำผิดจริงหรือไม่ และจะให้การต่อสู้อย่างไรบ้าง เมื่อจำเลยให้การก็ให้ศาลจดไว้ คดีนี้ศาลชั้นต้นได้อ่านและอธิบายฟ้องให้จำเลยฟังแล้วว่าโจทก์ฟ้องกล่าวหาจำเลยในข้อหาใดบ้าง แล้วจึงถามคำให้การจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ซึ่งจำเลยทั้งสองก็ให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริงตามฟ้องแสดงว่ารับสารภาพในทุกข้อหาตามที่โจทก์บรรยายในฟ้อง และศาลอาจลงโทษจำเลยในทุกข้อหาดังกล่าวได้ ดังนี้ศาลชั้นต้นไม่จำต้องถามจำเลยทั้งสองต่อไปอีกว่า จำเลยทั้งสองรับสารภาพในข้อหาใดศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับการนี้ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่ขอให้ลงโทษในสถานเบา และรอการลงโทษให้แก่จำเลยด้วยนั้น เห็นว่าศาลอุทธรณ์ใช้ดุลพินิจกำหนดโทษ กับให้ลงโทษจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ โดยไม่รอการลงโทษ เป็นการเหมาะสมแก่สภาพความผิดและพฤติการณ์แห่งคดีแล้ว เหตุต่าง ๆ ที่จำเลยอ้างมาว่าจำเลยรับจ้างเป็นลูกจ้างประจำแห่งกองทัพอากาศผู้บังคับบัญชามีหนังสือรับรองความประพฤติ ไม่เคยกระทำผิดมาก่อนและฝ่ายจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ มีมากกว่านั้น ยังไม่เป็นเหตุผลเพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงดุลพินิจของศาลอุทธรณ์ดังกล่าวได้ฎีกาของจำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1214/2533 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายหวัง รักใคร่ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายหวัง รักใคร่ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สิงหลกะ · สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จำลอง สุขศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายสุพัฒน์ บุญยุบล · ศาลอุทธรณ์ - นายอุดม มั่งมีดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1073/2480ฎีกา 1901/2492ฎีกา 15690/2553ฎีกา 37/2488ฎีกา 377-378/2516ฎีกา 5558/2534ฎีกา 2457/2530ฎีกา 1957/2515ฎีกา 1249-1250/2492ฎีกา 3642/2554ฎีกา 2274/2525ฎีกา 639/2503ฎีกา 766/2504ฎีกา 1211/2481ฎีกา 3031/2526ฎีกา 711/2528ฎีกา 1282/2531ฎีกา 392/2486ฎีกา 25/2482ฎีกา 1659/2506ฎีกา 2129/2532ฎีกา 690/2481ฎีกา 1615/2517ฎีกา 8065/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา