⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3809/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3809/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกล่าวถ้อยคำหยาบคายต่อบุคคลอื่น แม้จะเกิดจากความเข้าใจผิดในเรื่องชู้สาว ก็ยังไม่ถือเป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ร่วมค่าจำเลยว่า "คนอย่างมึงแก่แล้วตัณหากลับ แย่งผัวกูหรือ หรือเงี่ยนไม่รู้จักหาย คนอย่างมึงร้อยควย อย่างนี้ต้องเอาช้างเย็ด" ในขณะที่โจทก์ร่วมและจำเลยอยู่ด้วยกันสองต่อสอง และการด่ากันดังกล่าวเกิดจากการที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็นชู้กับสามีโจทก์ร่วม ซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเรื่องไม่จริง เช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าโจทก์ร่วมข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 72

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ลงโทษจำคุก ๑๐ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ให้ลงโทษจำคุก ๓ ปี โจทก์ร่วมและจำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยเพียงมีเจตนาทำร้ายโจทก์ร่วม มิได้มีเจตนาฆ่า แล้ววินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายต่อไปว่า สำหรับฎีกาของจำเลยที่ว่า จำเลยกระทำผิดโดยบันดาลโทสะควรได้รับการลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษนั้น ตามข้อเท็จจริงที่ฟังมาแล้วได้ความว่าจำเลยได้รับฟังมาจากคนอื่นที่ร้านทำผมว่าโจทก์ร่วมไปพูดว่าสามีของตนได้เสียกับจำเลยและลูกของจำเลย จำเลยจึงไปที่บ้านโจทก์ร่วม พบโจทก์ร่วมนอนอยู่ ได้เรียกให้โจทก์ร่วมลุกขึ้นแล้วสอบถามว่าเหตุใดจึงพูดว่าจำเลยกับลูกเช่นนั้น โจทก์ร่วมย้อนว่า มันจริงไหมเล่า จำเลยปฏิเสธว่าไม่จริง โจทก์ร่วมก็ด่าว่าจำเลยว่า "คนอย่างมึงแก่แล้วตัณหากลับ แย่งผัวกูหรือ หรือเงี่ยนไม่รู้จักหาย คนอย่างมึงร้อยควย อย่างนี้ต้องเอาช้างเย็ด" จำเลยจึงใช้มีดหั่นหมูฟันโจทก์ร่วม เช่นนี้ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์ร่วมด่าว่าจำเลยดังกล่าวเป็นการกระทำต่อกันสองต่อสองเกิดจากการที่โจทก์ร่วมเข้าใจว่าจำเลยเป็นชู้กับสามีโจทก์ร่วมซึ่งยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นเรื่องไม่จริง จึงยังไม่เป็นการข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ ฎีกาของจำเลยจึงฟังไม่ขึ้นเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามเห็นว่าโทษที่ศาลอุทธรณ์ลงมานั้นหนักเกินไป ไม่เหมาะสมกับรูปคดี สมควรแก้ไขเสียให้เหมาะสม พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำคุกจำเลย ๒ ปี นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3809/2533 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ นางสมจิตร จันทร์ทอง โจทก์ร่วม นางจันทร์ฟองหรือลำพองหรือพอง นักดนตรี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · โจทก์ร่วม - นางสมจิตร จันทร์ทอง · จำเลย - นางจันทร์ฟองหรือลำพองหรือพอง นักดนตรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · ประชา บุญวนิช · บุญส่ง วรรณกลาง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายสุรศักดิ์ นาราสัจจ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสถิตย์ เล็งไชสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 1788/2513ฎีกา 221/2484ฎีกา 37/2488ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 795/2469ฎีกา 286/2509ฎีกา 1371/2540ฎีกา 1207/2516ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1031/2464ฎีกา 551/2514ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2033/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา