⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 485/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้อุทธรณ์ไม่ดำเนินการตามคำสั่งศาลให้ส่งสำเนาอุทธรณ์แก่คู่ความอีกฝ่ายภายในระยะเวลาที่กำหนด โดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ศาลมีอำนาจสั่งจำหน่ายคดีได้

ย่อคำพิพากษา

การที่โจทก์ผู้อุทธรณ์ไม่นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายในเวลาที่ศาลกำหนดโดยปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไป มิได้ติดต่อกับศาลเป็นเวลา 2 เดือนเศษ โดยมีข้ออ้างเพียงว่าทนายโจทก์ได้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไปหลายคดี ประกอบกับความพลั้งเผลอ ย่อมเป็นการทิ้งฟ้องอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 174 (2) ประกอบมาตรา 246 ซึ่งศาลชอบที่จะใช้ดุลพินิจสั่งจำหน่ายคดีเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 132 (1)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.132 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.246

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่า พินัยกรรมเอกสารฝ่ายเมืองที่นางเสงี่ยม แทนทอง ทำขึ้นเป็นโมฆะ จำเลยให้การต่อสู้ว่าพินัยกรรมฉบับที่โจทก์ถือเป็นเหตุนำมาฟ้องมีผลตามกฎหมาย ไม่เป็นโมฆะ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม๒๕๓๑ โดยให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน ๑๐ วัน ต่อมาวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๓๑ เจ้าหน้าที่ศาลรายงานว่า โจทก์มิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาที่ศาลสั่ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ส่งสำนวนไปยังศาลอุทธรณ์เพื่อพิจารณาสั่ง ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งว่าโจทก์ทิ้งอุทธรณ์ ให้จำหน่ายคดี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งคำฟ้องอุทธรณ์ของโจทก์ว่ารับอุทธรณ์ สำเนาให้จำเลยโดยให้โจทก์นำส่งภายใน ๑๐ วัน นั้นย่อมเป็นกรณีที่ศาลกำหนดเวลาให้โจทก์ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๔(๒) ซึ่งบทบัญญัติมาตราดังกล่าวบัญญัติว่า ถ้าโจทก์เพิกเฉยไม่ดำเนินคดีภายในเวลาตามที่ศาลเห็นสมควรกำหนดไว้ให้ถือว่าโจทก์ทิ้งฟ้อง และมาตรา ๒๔๖ให้นำบทบัญญัติดังกล่าวมาใช้ในชั้นอุทธรณ์ด้วย ฉะนั้น เมื่อโจทก์มิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายในเวลาที่ศาลกำหนด จึงเป็นการที่โจทก์ทิ้งฟ้องอุทธรณ์ ซึ่งศาลชอบที่จะสั่งจำหน่ายคดีเสียได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๓๒(๑) อันเป็นเรื่องดุลพินิจของศาล และในข้อที่ว่าศาลอุทธรณ์ได้ใช้ดุลพินิจเหมาะสมถูกต้องแล้วหรือไม่นั้น ปรากฏข้อเท็จจริงว่าศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของโจทก์เมื่อวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๓๑ ให้โจทก์นำส่งสำเนาอุทธรณ์ให้จำเลยภายใน ๑๐ วัน คือภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๓๑พ้นกำหนดแล้วโจทก์มิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ และมิได้กระทำการใด ๆจนวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๓๒ ทนายโจทก์จึงได้ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ชี้แจงเหตุผลที่มิได้นำส่งสำเนาอุทธรณ์ ตามคำร้องของทนายโจทก์อ้างว่า ในระหว่างนั้นทนายโจทก์ประสบอุบัติเหตุรถยนต์ ต้องรักษาตัวและพักฟื้นเป็นเวลานานถึง ๒ เดือนเศษ โดยมิได้ระบุว่าประสบอุบัติเหตุวันใด บาดเจ็บมากน้อยเพียงใด รักษาตัวตั้งแต่วันที่เท่าใดถึงวันที่เท่าใด ที่โรงพยาบาลหรือที่ใด มีหลักฐานของโรงพยาบาลอย่างไรบ้าง พักฟื้นตั้งแต่วันใดถึงวันใด ทั้ง ๆ ที่รายละเอียดเหล่านี้ ทนายโจทก์ย่อมทราบดีอยู่แล้วทำให้เห็นได้ว่าข้ออ้างของโจทก์ไม่มีมูลความจริง นอกจากนี้ทนายโจทก์ยื่นคำร้องดังกล่าวหลังจากพ้นกำหนดเวลาที่จะนำส่งสำเนาอุทธรณ์ถึง ๔ เดือนครึ่งเป็นการปล่อยเวลาให้เนิ่นนานเกินสมควร เพราะตามคำร้องของทนายโจทก์อ้างว่า ประสบอุบัติเหตุในระหว่างเวลาที่จะต้องนำส่งสำเนาอุทธรณ์ต้องรักษาตัวและพักฟื้นเป็นเวลาประมาณ ๒ เดือนเศษ แสดงว่ารวมเวลารักษาตัวและพักฟื้นไม่เกินต้นเดือนมกราคม ๒๕๓๒ แต่ทนายโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์เมื่อวันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๓๒ หรือหากจะคิดแต่เฉพาะช่วงเวลารักษาตัวไม่รวมระยะพักฟื้นด้วย ย่อมจะไม่เกินปลายเดือนธันวาคม ๒๕๓๑ แสดงว่าทนายโจทก์ปล่อยเวลาให้ล่วงเลยไปโดยมิได้ติดต่อกับศาลเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นเวลาถึง๒ เดือนเศษ ข้ออ้างของทนายโจทก์ถึงเหตุที่ปล่อยเวลาล่วงเลยไปก็มีเพียงว่าทนายโจทก์ได้เลื่อนการพิจารณาคดีออกไปหลายคดีประกอบกับความพลั้งเผลออันเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์สั่งจำหน่ายคดีชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 485/2533 นางผล ธรรมมะ โจทก์ นายพิน ขุนเณร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางผล ธรรมมะ · จำเลย - นายพิน ขุนเณร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายบุญชู ทัศนประพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสกนธ์ กฤติยาวงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 609/2526ฎีกา 6025/2538ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2018/2548ฎีกา 4637/2567ฎีกา 1337/2533ฎีกา 7154/2551ฎีกา 8366/2557ฎีกา 866/2518ฎีกา 361/2539ฎีกา 1477/2500ฎีกา 469/2531ฎีกา 4041/2542ฎีกา 8108/2542ฎีกา 1498/2548ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 9203/2547ฎีกา 8337/2540ฎีกา 7201/2568ฎีกา 70/2518ฎีกา 581/2502ฎีกา 2170/2517ฎีกา 923/2523
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา