⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5197/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5197/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ศาลอาจรับฟังคำเบิกความของพยานที่ไม่ได้อ้างในบัญชีระบุพยานได้ เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม 2. เอกสารที่โจทก์อ้างส่งต่อศาลไว้แล้วในชั้นไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราว และอยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกที่จำเลยตรวจตราได้โดยง่าย โจทก์ไม่ต้องส่งสำเนาให้จำเลย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยื่นบัญชีระบุพยานในวันนัดสืบพยาน ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับแต่เห็นว่าจำเลยมีสิทธิอ้างตนเองเป็นพยาน จึงอนุญาตให้ ส. ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของจำเลยเข้าเบิกความเป็นพยาน เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมศาลรับฟังคำเบิกความของ ส. มาพิจารณาด้วยได้ เมื่อเอกสารที่โจทก์อ้างเป็นพยานเป็นเอกสารที่โจทก์ได้ส่งอ้างต่อศาลไว้แล้วในชั้นไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษาเอกสารดังกล่าวจึงเป็นเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกที่จำเลยสามารถตรวจตราให้ทราบได้โดยง่ายถึงความมีอยู่และแท้จริงแห่งเอกสาร โจทก์จึงไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารนี้ให้แก่จำเลย.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.87 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.88 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.90 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้ค่าซื้อน้ำมันเบนซินน้ำมันหล่อลื่น และค่าบริการเติมน้ำมันดีเซลรวมจำนวน ๑๒๘,๓๐๐.๕๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยซื้อน้ำมันดังกล่าวจากโจทก์โจทก์ไม่มีเอกสารให้ตรวจ จึงไม่ทราบว่าข้ออ้างของโจทก์เป็นจริงหรือไม่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๒๘,๓๐๐.๕๐ บาทพร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า นางสมทรงเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทจำเลย ศาลชั้นต้นอนุญาตให้เข้าเบิกความเป็นพยานจำเลยเพราะเห็นว่าเป็นตัวจำเลยมีสิทธิอ้างตนเองเป็นพยานได้ แม้การยื่นบัญชีระบุพยานจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย คำสั่งนี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาโจทก์มิได้คัดค้านคำสั่งนี้เพื่อใช้สิทธิในการอุทธรณ์ฎีกาต่อไป และโจทก์ก็ไม่ได้อุทธรณ์คัดค้านคำสั่งนี้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลรับฟังคำเบิกความของนางสมทรงมาพิจารณาด้วยได้ที่ศาลอุทธรณ์ยกเหตุการยื่นบัญชีพยานจำเลยไม่ชอบขึ้นวินิจฉัยไม่รับฟังคำเบิกความของนางสมทรง ศาลฎีกาไม่เห็นฟ้องด้วย สำหรับปัญหาว่าเอกสารหมาย จ. ๒ ถึง จ. ๑๓ โจทก์มิได้ส่งสำเนาให้จำเลยนั้นปรากฏว่าเอกสารหมาย จ.๒ เป็นเอกสารที่โจทก์อ้างตามบัญชีระบุพยานเพิ่มเติมครั้งที่ ๑ ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๘ซึ่งตามบัญชีระบุพยานนี้อันดับ ๓ ระบุว่า เป็นใบรับสินค้าโจทก์จำนวน ๓๕๐ ฉบับ อยู่ที่ศาล เอกสารเหล่านี้ โจทก์ส่งอ้างต่อศาลชั้นต้นในชั้นไต่สวนขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนมีคำพิพากษา ก่อนที่โจทก์จะยื่นบัญชีระบุพยานดังกล่าวข้างต้น ดังนั้น เอกสารหมาย จ.๒จึงเป็นเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของบุคคลภายนอกที่จำเลยสามารถตรวจตราให้ทราบโดยง่ายถึงความมีอยู่และความแท้จริงแห่งเอกสารนี้ โจทก์จึงไม่ต้องส่งสำเนาเอกสารหมาย จ.๒ ให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๐(๑) (๒) แต่ส่วนเอกสารหมาย จ.๓ ถึง จ.๑๓ โจทก์อ้างเหตุที่ไม่ส่งสำเนาให้จำเลยว่าเพราะเป็นเอกสารที่จำเลยทำขึ้นเองนั้น เห็นว่าเป็นการกล่าวอ้างของโจทก์ฝ่ายเดียว จำเลยไม่ยอมรับโดยให้การว่าไม่ได้เป็นหนี้โจทก์ โจทก์ไม่มีเอกสารให้ตรวจ จำเลยไม่ทราบว่าข้ออ้างของโจทก์เป็นจริงหรือไม่ เอกสารปลอมหรือไม่เท่ากับว่าจำเลยยังไม่ทราบว่าโจทก์มีเอกสารใดมาเป็นพยานบ้าง โจทก์จึงต้องส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๐ วรรคแรก เมื่อจำเลยให้การดังกล่าวแล้วโจทก์ยังไม่ส่งสำเนาเอกสารให้จำเลยถือได้ว่าโจทก์จงใจฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายย่อมไม่มีเหตุที่ควรยกประโยชน์แห่งความยุติธรรมมารับฟังพยานเอกสารดังกล่าวของโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงต่อไปแล้วฟังว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ ๑๑๑,๑๗๘.๙๐ บาท พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระเงินจำนวน ๑๑๑,๑๗๘.๙๐ บาทแก่โจทก์นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5197/2533 ห้างหุ้นส่วนจำกัดประเสริฐชัยป่าพุทรา โจทก์ บริษัทลักษณ์ขนส่งและก่อสร้าง จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดประเสริฐชัยป่าพุทรา · จำเลย - บริษัทลักษณ์ขนส่งและก่อสร้าง จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อัมพร ทองประยูร · เจริญ นิลเอสงฆ์ · ก้าน อันนานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายพิชัย นาคขาว · ศาลอุทธรณ์ - นายชูชาติ ศรีแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 2307/2518ฎีกา 1197/2530ฎีกา 3007/2525ฎีกา 2732/2534ฎีกา 698/2537ฎีกา 149/2526ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1247/2510ฎีกา 254/2520ฎีกา 1969/2515ฎีกา 421/2532ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2752/2537ฎีกา 4335/2539ฎีกา 1360/2544ฎีกา 280/2505ฎีกา 7937/2538ฎีกา 7927/2538ฎีกา 5647/2537ฎีกา 1196/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1234/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา