⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5916/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5916/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมที่ทำให้บันดาลโทสะ ต้องเกิดจากการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาที่ก่อให้เกิดความโกรธแค้นอย่างรุนแรง ไม่ใช่การโต้เถียงหรือการเยาะเย้ยที่เกิดจากการชวนทะเลาะวิวาท.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อน โดยถาม ผู้ตายซึ่งขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาว่า จะยิงพวกจำเลยให้หมดใช่ ไหม อันเป็นการชวนทะเลาะวิวาท การที่ผู้ตายพูดตอบโต้ทำนองเยาะเย้ย ว่าจะฆ่าพวกจำเลยให้หมด แม้พ่อจำเลยก็จะยิงไม่ให้เหลือ เช่นนี้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยถูกผู้ตายข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม อันเป็นเหตุให้บันดาลโทสะ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 83 และริบของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 2 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุกตลอดชีวิต คำรับของจำเลยที่ 2 ในชันสอบสวนและชั้นศาลเป็นประโยชน์แก่การพิจารณามีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามมาตรา 78 ประกอบมาตรา 53 คงจำคุก 25 ปี ของกลางริบ ส่วนจำเลยที่ 1 ให้ยกฟ้อง โจทก์ร่วมและจำเลยที่ 2 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 วางโทษประหารชีวิต โดยไม่ลดโทษให้จำเลยทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าวันเกิดเหตุจำเลยทั้งสองได้ใช้อาวุธปืนยิงนายสำราญและเด็กชายเกียงศักดิ์ ผู้ตายหลายนัด ผู้ตายทั้งสองถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ คดีมีปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยที่ 2 กระทำผิดโดยบันดาลโทสะหรือไม่ เห็นว่าแม้ข้อเท็จจริงจะฟังได้ว่าจำเลยที่ 2 ยิงผู้ตายทั้งสองเพราะถูกนายสำราญผู้ตายพูดจาเยาะเย้ยเป็นทำนองว่าจะฆ่าพวกจำเลยที่ 2ให้หมด แม้บิดาจำเลยที่ 2 นายสำราญก็จะยิงไม่ให้เหลือดังที่จำเลยที่ 2 นำสืบก็ตาม แต่จำเลยที่ 2 เป็นฝ่ายก่อเหตุขึ้นก่อนโดยถามนายสำราญผู้ตายซึ่งขับรถจักรยานยนต์ผ่านมาว่า จะยิงพวกจำเลยให้หมดใช่ไหม อันเป็นการชวนทะเลาะวิวาท นายสำราญจึงพูดจาโต้ตอบไป ดังนี้ กรณีก็ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยที่ 2 ถูกนายสำราญข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมการกระทำของจำเลยที่จึงไม่เป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะ แต่ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองโดยไม่ลดโทษนั้น ได้ความว่าจำเลยทั้งสองได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานในวันเกิดเหตุ คำให้การตลอดจนการนำชี้ที่เกิดเหตุของจำเลยทั้งสองโดยเฉพาะข้อที่จำเลยที่ 2 รับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริงล้วนแต่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา กรณีจึงมีเหตุบรรเทาโทษสมควรลดโทษให้จำเลยทั้งสอง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลดโทษจำเลยทั้งสองคนละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบด้วยมาตรา 52 (1) คงจำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 3. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5916/2533 พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ โจทก์ นางบุญเจือ ไชยบุญ โจทก์ร่วม นายสมบูรณ์ หยกแดง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกระบี่ · โจทก์ร่วม - นางบุญเจือ ไชยบุญ · จำเลย - นายสมบูรณ์ หยกแดง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ วิธุรัติ · เสียง ตรีวิมล · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 313/2518ฎีกา 871/2518ฎีกา 3861/2537ฎีกา 6083/2546ฎีกา 1788/2513ฎีกา 221/2484ฎีกา 37/2488ฎีกา 3164/2538ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 795/2469ฎีกา 286/2509ฎีกา 1371/2540ฎีกา 1207/2516ฎีกา 1150/2499ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1031/2464ฎีกา 551/2514ฎีกา 1005/2532ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1893/2533ฎีกา 2033/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา