คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5934/2533
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนฟ้องคดีอาญาของผู้เสียหายคนหนึ่ง ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายคนอื่นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีก.
ย่อคำพิพากษา
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 36 หมายความว่า ในคดีอาญาที่ผู้เสียหายคนหนึ่งได้ยื่นฟ้องไว้แล้วถอนฟ้องคดีนั้นไปจากศาล ย่อมตัดสิทธิผู้เสียหายคนนั้นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีกเท่านั้นหาได้ตัดสิทธิผู้เสียหายคนอื่นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีกไม่ เพราะสิทธิในการดำเนินคดีอาญาที่ตนเป็นผู้เสียหายย่อมเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เสียหายแต่ละคน ทั้งมาตรานี้มิได้บัญญัติตัดสิทธิผู้เสียหายแต่ละคนในกรณีที่มีผู้เสียหายหลายคนไว้โดยชัดแจ้ง ดังนั้น โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่มิได้ถอนฟ้องจึงมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 28 ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองสำเนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90,264 และพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. 2499มาตรา 42 และนับโทษต่อกัน
ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง
จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 36 บัญญัติว่า คดีอาญาซึ่งได้ถอนฟ้องไปแล้วผู้เสียหายจะนำมาฟ้องอีกหาได้ไม่ คงให้สิทธิเพียงพนักงานอัยการเท่านั้นที่จะฟ้องใหม่ได้ เว้นแต่คดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายเช่นเดียวกับนายสุวัฒน์พฤกษ์เสถียร ซึ่งได้ฟ้องคดีเดียวกัน และถอนฟ้องไปแล้วจึงต้องห้ามมิให้ฟ้องจำเลยในข้อหาเดียวกันนี้อีก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยพิพากษายกฟ้อง
โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นทำการวินิจฉัยในปัญหาดังที่กล่าวและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี
จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า การที่จำเลยลงรายการเท็จในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและทำปลอมทะเบียนผู้ถือหุ้นและได้มีนายสุวัฒน์ พฤกษ์เสถียร ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งฟ้องในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. 2499มาตรา 42 และข้อหาปลอมเอกสารแล้วแต่ได้ถอนฟ้องไปโจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งและเป็นผู้เสียหายจะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้อีกหรือไม่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 36 บัญญัติว่า "คดีอาญาที่ได้ถอนฟ้องไปจากศาลแล้ว จำนำมาฟ้องอีกหาได้ไม่ เว้นแต่จะเข้าอยู่ในข้อยกเว้นดังต่อไปนี้..." เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวหมายความว่าในคดีอาญานั้นที่ผู้เสียหายคนหนึ่งได้ยื่นฟ้องไว้แล้วได้ถอนฟ้องคดีนั้นไปจากศาล ย่อมตัดสิทธิผู้เสียหายคนนั้นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีกเท่านั้น หาได้ตัดสิทธิผู้เสียหายคนอื่นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีกไม่ เพราะสิทธิในการดำเนินคดีอาญาที่ตนเป็นผู้เสียหายย่อมเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เสียหายแต่ละคน ทั้งมาตรา 36 นี้มิได้บัญญัติตัดสิทธิผู้เสียหายแต่ละคนในกรณีที่มีผู้เสียหายหลายคนไว้โดยแจ้งชัด ดังนั้นโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่มิได้ถอนฟ้อง จึงมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 ได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5934/2533
นาย ประชา ภูมิ สิริกุ ล โจทก์
นาย สมบูรณ์ นันทาภิวัธน์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นาย ประชา ภูมิ สิริกุ ล · จำเลย - นาย สมบูรณ์ นันทาภิวัธน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสียง ตรีวิมล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา