⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรก › ค้นฎีกา › ฎีกา 5934/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5934/2533

ป.วิ.อาญา ม.28, 36

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การถอนฟ้องคดีอาญาของผู้เสียหายคนหนึ่ง ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายคนอื่นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีก.

ย่อคำพิพากษา

ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 36 หมายความว่า ในคดีอาญาที่ผู้เสียหายคนหนึ่งได้ยื่นฟ้องไว้แล้วถอนฟ้องคดีนั้นไปจากศาล ย่อมตัดสิทธิผู้เสียหายคนนั้นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีกเท่านั้นหาได้ตัดสิทธิผู้เสียหายคนอื่นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีกไม่ เพราะสิทธิในการดำเนินคดีอาญาที่ตนเป็นผู้เสียหายย่อมเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เสียหายแต่ละคน ทั้งมาตรานี้มิได้บัญญัติตัดสิทธิผู้เสียหายแต่ละคนในกรณีที่มีผู้เสียหายหลายคนไว้โดยชัดแจ้ง ดังนั้น โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่มิได้ถอนฟ้องจึงมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลตาม ป.วิ.อ. มาตรา 28 ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.36

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.36 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสองสำนวนศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองสำเนาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90,264 และพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัดบริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. 2499มาตรา 42 และนับโทษต่อกัน ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองสำนวนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 36 บัญญัติว่า คดีอาญาซึ่งได้ถอนฟ้องไปแล้วผู้เสียหายจะนำมาฟ้องอีกหาได้ไม่ คงให้สิทธิเพียงพนักงานอัยการเท่านั้นที่จะฟ้องใหม่ได้ เว้นแต่คดีซึ่งเป็นความผิดต่อส่วนตัว โจทก์อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายเช่นเดียวกับนายสุวัฒน์พฤกษ์เสถียร ซึ่งได้ฟ้องคดีเดียวกัน และถอนฟ้องไปแล้วจึงต้องห้ามมิให้ฟ้องจำเลยในข้อหาเดียวกันนี้อีก โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นทำการวินิจฉัยในปัญหาดังที่กล่าวและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยมีว่า การที่จำเลยลงรายการเท็จในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและทำปลอมทะเบียนผู้ถือหุ้นและได้มีนายสุวัฒน์ พฤกษ์เสถียร ผู้ถือหุ้นคนหนึ่งฟ้องในข้อหาความผิดต่อพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. 2499มาตรา 42 และข้อหาปลอมเอกสารแล้วแต่ได้ถอนฟ้องไปโจทก์ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นคนหนึ่งและเป็นผู้เสียหายจะมีอำนาจฟ้องจำเลยได้อีกหรือไม่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 36 บัญญัติว่า "คดีอาญาที่ได้ถอนฟ้องไปจากศาลแล้ว จำนำมาฟ้องอีกหาได้ไม่ เว้นแต่จะเข้าอยู่ในข้อยกเว้นดังต่อไปนี้..." เห็นว่า บทบัญญัติดังกล่าวหมายความว่าในคดีอาญานั้นที่ผู้เสียหายคนหนึ่งได้ยื่นฟ้องไว้แล้วได้ถอนฟ้องคดีนั้นไปจากศาล ย่อมตัดสิทธิผู้เสียหายคนนั้นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีกเท่านั้น หาได้ตัดสิทธิผู้เสียหายคนอื่นที่จะฟ้องคดีอาญาในข้อหาเดียวกันนั้นอีกไม่ เพราะสิทธิในการดำเนินคดีอาญาที่ตนเป็นผู้เสียหายย่อมเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เสียหายแต่ละคน ทั้งมาตรา 36 นี้มิได้บัญญัติตัดสิทธิผู้เสียหายแต่ละคนในกรณีที่มีผู้เสียหายหลายคนไว้โดยแจ้งชัด ดังนั้นโจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่มิได้ถอนฟ้อง จึงมีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 28 ได้ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5934/2533 นาย ประชา ภูมิ สิริกุ ล โจทก์ นาย สมบูรณ์ นันทาภิวัธน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ประชา ภูมิ สิริกุ ล · จำเลย - นาย สมบูรณ์ นันทาภิวัธน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · บุญศรี กอบบุญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1860/2512ฎีกา 8080/2538ฎีกา 1974/2497ฎีกา 730/2486ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 3423/2548ฎีกา 4195/2558ฎีกา 125/2485ฎีกา 1106/2499ฎีกา 5212/2552ฎีกา 2350/2536ฎีกา 924/2530ฎีกา 45/2484ฎีกา 2491-2493/2519ฎีกา 15274/2553ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526ฎีกา 584/2519ฎีกา 6858/2541ฎีกา 855/2481ฎีกา 928/2520ฎีกา 497/2537ฎีกา 4259/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา