⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 186/2514

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 186/2514

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การฟ้องคดีใหม่ไม่เป็นฟ้องซ้ำ หากประเด็นข้อกล่าวหาแตกต่างจากคดีก่อน * การดำเนินกระบวนพิจารณาของโจทก์ร่วมที่เคยได้รับอนุญาตให้เข้าคดี แม้ภายหลังศาลยกคำร้อง ก็ไม่ทำให้การดำเนินการนั้นเสียเปล่า และพยานหลักฐานที่โจทก์ร่วมได้อ้างอิงไว้สามารถนำมาใช้ในคดีได้

ย่อคำพิพากษา

เมื่อประเด็นข้อกล่าวหาในคดีนี้เป็นคนละเหตุกับประเด็นข้อกล่าวหาจำเลยในคดีก่อน ฟ้องคดีนี้ย่อมไม่เป็นฟ้องซ้ำกับฟ้องในคดีก่อน ผู้เสียหายที่ได้รับอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีแล้วแม้ภายหลังศาลอุทธรณ์จะยกคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมเสียเพราะโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยกระทำแก่ผู้เสียหายที่ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมนั้นด้วยก็ตาม ก็ไม่ทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของโจทก์ร่วมที่ได้กระทำระหว่างเป็นคู่ความในคดีเสียเปล่าไปไม่ พยานหลักฐานที่โจทก์ร่วมได้อ้างอิงไว้ ย่อมใช้เป็นพยานหลักฐานสำหรับโจทก์และโจทก์ร่วมคนอื่นเพื่อศาลนำมาประมวลวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.226

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ เวลากลางวัน จำเลยได้ใช้อุบายหลอกลวงนายพยุง ชุลีกร ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่าจำเลยเป็นเจ้าของที่ดินโฉนด ๒ ฉบับ เนื้อที่รวม ๒๐๐ ไร่ บอกขายให้ผู้เสียหายเป็นเงิน ๗๒๐,๐๐๐ บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงตกลงรับซื้อ ทำสัญญาจ่ายเงินมัดจำและเงินค่าซื้อที่ดินให้จำเลยรับไปแล้วรวม ๕๔๐,๐๐๐ บาท ความจริงจำเลยไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว เหตุเกิดที่ตำบลถนนเพชรบุรีอำเภอพญาไท จังหวัดพระนคร ผู้เสียหายร้องทุกข์ภายในอายุความแล้วขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ จำเลยให้การปฏิเสธ นายพยุง ชุลีกร และนางพยอม กลัดจ่าย ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมศาลอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดดังฟ้อง พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑ จำคุก ๖ เดือนและปรับ ๒,๐๐๐ บาท ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๕๔๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ร่วม จำเลยอุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง ศาลอุทธรณ์เห็นว่า แม้จะฟังว่านางพยอมเป็นผู้เสียหายร่วมกับนายพยุงแต่โจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยได้ฉ้อโกงนางพยอมด้วย จึงให้ยกคำร้องของนางพยอมที่ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ฟ้องของโจทก์ไม่ใช่ฟ้องซ้ำและเชื่อว่าจำเลยกระทำผิด พิพากษายืน จำเลยฎีกา (๑) ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีอาญาแดงที่ ๔๒๐๕/๒๕๑๑ ของศาลอาญา (๒) ศาลอุทธรณ์ยกคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมของนางพยอมผู้เสียหายแล้ว ถ้อยคำและกระบวนพิจารณาใด ๆ ที่นางพยอมโจทก์ร่วมได้กระทำจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ไม่ได้ (๓) ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบฟังไม่ได้ว่าจำเลยกระทำผิด ศาลฎีกาวินิจฉัยในปัญหาข้อ ๑ คดีอาญาอันจะถือว่าเป็นฟ้องซ้ำนั้น จะต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ ๓ ประการ ดังนี้ (๑) จำเลยในคดีก่อนและคดีหลังจะต้องเป็นบุคคลคนเดียวกัน และ (๒) ประเด็นข้อกล่าวหาในเหตุอันเดียวกันกับ (๓) มีคำพิพากษาเสร็จเด็ดขาดในความผิดซึ่งได้ฟ้องสำหรับคดีนี้และคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๔๒๐๕/๒๕๑๑ ที่จำเลยถูกฟ้องประเด็นข้อกล่าวหาเป็นคนละเหตุกัน ฉะนั้น คดีที่จำเลยถูกฟ้องนี้จึงมิใช่เป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๓๙(๔) โดยไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าคดีเข้าหลักเกณฑ์อื่นอีกหรือไม่ ประเด็นข้อ ๒ เห็นว่า เมื่อชั้นเดิมศาลชั้นต้นได้สั่งอนุญาตให้นางพยอมเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือแล้ว นางพยอมก็ย่อมมีสิทธิดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีที่ได้รับอนุญาตให้เป็นโจทก์ร่วมได้ แม้ต่อมาภายหลังศาลอุทธรณ์จะได้พิพากษาให้ยกคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมของนางพยอมเสียก็ตาม ก็เป็นแต่เพียงทำให้นางพยอมไม่ได้รับผลของการฟ้องคดีเท่านั้น มิได้ทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาของนางพยอมคู่ความในคดีกลับกลายเป็นเสียเปล่าไปแต่อย่างใดเลย และพยานหลักฐานที่นางพยอมโจทก์ร่วมอ้างอิงมา ศาลย่อมนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานสำหรับคดีของผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือและนายพยุงโจทก์ร่วมอีกคนหนึ่งเพื่อประมวลวินิจฉัยข้อเท็จจริงแห่งคดีได้ โดยไม่ถูกจำกัดให้ต้องฟังแต่เฉพาะคดีของโจทก์แต่ละคน ประเด็นข้อ ๓ ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมาฟังได้ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 186/2514 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายพยุง ชุลีกร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน โจทก์ร่วม นายอุทัย เกตุสาคร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · โจทก์ร่วม - นายพยุง ชุลีกร ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน · จำเลย - นายอุทัย เกตุสาคร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เฉลิม กรพุกกะณะ · ชลอ บุปผเวส · สนับ คัมภีรยส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายธรรมนิตย์ วิชญเนตินัย · ศาลอุทธรณ์ - นายจำเนียร บุญพละ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1656/2512ฎีกา 729/2489ฎีกา 4979/2541ฎีกา 19406/2555ฎีกา 8080/2538ฎีกา 884/2497ฎีกา 1124/2496ฎีกา 1974/2497ฎีกา 1416-1418/2508ฎีกา 1149/2536ฎีกา 730/2486ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 1979/2521ฎีกา 2470/2515ฎีกา 4519/2544ฎีกา 1499/2531ฎีกา 801/2503ฎีกา 70/2489ฎีกา 9076/2558ฎีกา 2414/2551ฎีกา 2379/2565ฎีกา 4541/2550ฎีกา 45/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา