⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6309/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6309/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากโทสะจะถือว่าเป็นเหตุบันดาลโทสะได้ ต้องเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นในขณะที่ยังมีโทสะ หรือในระยะเวลาที่ต่อเนื่องกระชั้นชิดกับเหตุที่ทำให้เกิดโทสะ.

ย่อคำพิพากษา

วันเกิดเหตุตอนใกล้เที่ยงวันจำเลยทราบเรื่องจากภริยาว่าผู้ตายข่มขืนกระทำชำเราภริยา แล้วจำเลยออกจากบ้านไปจับปลา การที่จำเลยพบผู้ตายในตอนเย็นระหว่างนำปลาที่จับได้ไปให้บิดาแล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายทันที ดังนี้ จำเลยหาได้กระทำต่อผู้ตายในขณะมีโทสะหรือระยะเวลาที่ต่อเนื่องกระชั้นชิดกับที่มีโทสะไม่ เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ตายกระทำการข่มเหงจำเลยอย่างใดอีก จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยยิงผู้ตายเพราะเหตุบันดาลโทสะ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ จำเลยให้การรับว่าได้ใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายจริง เพราะเหตุบันดาลโทสะ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เข้าเหตุบันดาลโทสะ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ จำคุก ๒๐ ปี ข้อหาฐานมีอาวุธปืนโดยไม่รับอนุญาต จำคุก ๖ เดือน รวมจำคุก ๒๑ ปี ๖ เดือน ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ว่า จำเลยกระทำผิดเพราะเหตุบันดาลโทสะ พิพากษาวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นบันดาลโทสะแต่มีเหตุสมควรลงโทษให้เบาลง พิพากษาแก้เป็นว่า สำหรับความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ วางโทษจำคุก ๑๕ ปี คำรับของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาคดีของศาล ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๑๐ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าจำเลยยิงผู้ตายเพราะเหตุบันดาลโทสะหรือไม่ พยานโจทก์ในที่เกิดเหตุคือนายมนัด จ่าสิบเอกประสิทธิ์ และนางมะลิ เบิกความยืนยันว่า เมื่อจำเลยส่งถุงปลาให้นางมะลิแล้ว จำเลยบอกนางมะลิว่าไม่เข้าบ้าน หลังจากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เห็นจำเลยยิงผู้ตาย แล้วขับรถจักรยานยนต์หนีไป ไม่ปรากฏจากคำเบิกความพยานดังกล่าวเลยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้พูดอะไรกับจำเลย นางมะลิเป็นน้องสาวจำเลย จ่าสิบเอกประสิทธิ์เป็นน้อยเขย ส่วนนายมนัดก็รู้จักจำเลยตั้งแต่เด็ก บุคคลทั้งสนามล้วนแต่มีความใกล้ชิดกับจำเลย และไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองอันใดกับจำเลย เชื่อว่าได้เบิกความไปตามที่รู้เห็นจริงจึงฟังไม่ได้ตามที่จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยยิงผู้ตายเพราะผู้ตายพูดเยาะเย้ยเหยียดหยามจำเลยก่อน การที่จำเลยทราบเรื่องที่ผู้ตายข่มขืนกระทำชำเรานางพยอมภริยาจำเลยจากนางพยอมในตอนใกล้เที่ยงเมื่อจำเลยจับปลาได้จึงขับรถจักรยานยนต์นำไปให้บิดาในตอนเย็นระหว่างทางพบผู้ตายจึงใช้ปืนยิงผู้ตายนั้น เห็นว่า แม้จำเลยจะมีโทสะในขณะทราบเรื่องจากภริยา แต่จำเลยหาได้กระทำต่อผู้ตายในขณะมีโทสะหรือในระยะเวลาที่ต่อเนื่องกระชั้นชิดกันดังกล่าวไม่เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงโดยจำเลยไปจับปลาเช่นนี้ ที่จำเลยยิงผู้ตายเพราะพบกันอย่างบังเอิญ และไม่ปรากฏว่าผู้ตายกระทำการข่มเหงจำเลยอย่างใดอันเป็นการก่อให้จำเลยเกิดโทสะขึ้นมาอีก จึงถือไม่ได้ว่าจำเลยยิงผู้ตายเพราะเหตุบันดาลโทสะในขณะถูกข่มเหงกรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6309/2533 พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี โจทก์ นางละเมียด ย้อยเมือง โจทก์ร่วม นายสวัสดิ์ วงษ์ป้อม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสระบุรี · โจทก์ร่วม - นางละเมียด ย้อยเมือง · จำเลย - นายสวัสดิ์ วงษ์ป้อม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พนม พ่วงภิญโญ · จองทรัพย์ เที่ยงธรรม · อุดม มั่งมีดี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสระบุรี - นายชัชลิต ละเอียด · ศาลอุทธรณ์ - นายวินัย บุญพราหมณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 846/2512ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 668/2481ฎีกา 3887/2542ฎีกา 2958/2540ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา