⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 833/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอ้างสิทธิหรือความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษต้องยกขึ้นต่อสู้คดีในคำให้การของจำเลยตาม ป.วิ.พ. มาตรา 177 หากไม่ยกขึ้นต่อสู้ในชั้นต้น จะไม่สามารถนำมาอ้างในชั้นฎีกาได้.

ย่อคำพิพากษา

การเช่าทรัพย์อยู่ในบังคับแห่ง ป.พ.พ. ลักษณะเช่าทรัพย์หากจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษก็ต้องยกขึ้นต่อสู้คดีได้เพราะ ป.วิ.พ. มาตรา 177 บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยแจ้งชัดในคำให้การว่าจำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือบางส่วน รวมทั้งเหตุแห่งการนั้น เมื่อตามคำให้การของจำเลยไม่ได้อ้างสิทธิหรือความคุ้มครองตาม พ.ร.บ.ควบคุมการเช่านาฯ อันเป็นกฎหมายพิเศษขึ้นต่อสู้คดี จำเลยจะยกกฎหมายพิเศษดังกล่าวขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาหาได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.369 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.560

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลย และบริวารออกไปจากที่นาที่จำเลยเช่าจากโจทก์พร้อมทั้งเรียกค่าเช่านาที่ค้างชำระ ค่าเสียหาย และดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ไม่ใช่เจ้าของที่ดินพิพาทตามฟ้องที่พิพาทเป็นของจำเลยและสามี จำเลยและสามีจดทะเบียนโอนขายที่ดินพิพาทให้โจทก์เป็นการอำพรางนิติกรรมจำนอง โจทก์มีชื่อในโฉนดในฐานะตัวแทนจำเลยและนายสงวน จำเลยไม่เคยเช่าที่พิพาทจากโจทก์ ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม และเป็นฟ้องซ้อนกับคดีแพ่ง หมายเลขดำที่ 332/2526 ของศาลชั้นต้น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์ทั้งสองและจำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่ดินโฉนดเลขที่ 3372 ตำบลวัดไทรย์ อำเภอเมืองนครสวรรค์(อำเภอปากน้ำโพ) จังหวัดนครสวรรค์ ของโจทก์ทั้งสอง ให้จำเลยชำระเงิน 22,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยและให้จำเลยใช้ค่าเสียหายปีละ 8,000 บาท นับแต่ปี พ.ศ. 2526 เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกไปจากที่ดินโจทก์ จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...จำเลยฎีกาประการสุดท้ายว่านายเสน่ห์ ปั้นสุขสวัสดิ์ ไม่ใช่กรรมการควบคุมการเช่านาประจำอำเภอเมืองนครสวรรค์ตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517จึงไม่มีอำนาจพิจารณาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทเกี่ยวกับการเรียกเก็บหรือการชำระค่าเช่านา ตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 9(2)ศาลฎีกาเห็นว่า การเช่าทรัพย์อยู่ในบังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะเช่าทรัพย์หากจำเลยจะอ้างความคุ้มครองตามกฎหมายพิเศษก็ต้องยกขึ้นต่อสู้คดีไว้เพราะตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 177 บัญญัติให้จำเลยแสดงโดยแจ้งชัดในคำให้การว่า จำเลยยอมรับหรือปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ทั้งสิ้นหรือบางส่วนรวมทั้งเหตุแห่งการนั้น เมื่อตามคำให้การของจำเลยไม่ได้อ้างสิทธิหรือความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่านา พ.ศ. 2517 อันเป็นกฎหมายพิเศษขึ้นต่อสู้คดีจำเลยจะยกกฎหมายพิเศษดังกล่าวขึ้นกล่าวอ้างในชั้นฎีกาหาได้ไม่..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 833/2533 นาง ลออง สุขแช่ม กับพวก โจทก์ นาง ใบ ศรีวรร ณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง ลออง สุขแช่ม กับพวก · จำเลย - นาง ใบ ศรีวรร ณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · ปชา วรธรรมพินิจ · วีระชัย สูตรสุวรรณ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 6239/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1036/2506ฎีกา 3601/2526ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 72/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4564/2543ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 119/2532ฎีกา 2160/2518ฎีกา 4484/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ