⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 123/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อจำเลยอุทธรณ์ว่าสัญญากู้เป็นเอกสารปลอม ศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวได้ แม้โจทก์จะไม่ได้อุทธรณ์ในประเด็นนี้ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

แม้โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์เกี่ยวกับสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2แต่จำเลยเองเป็นฝ่ายอุทธรณ์ว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 เป็นเอกสารปลอมเพราะจำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้โดยไม่ได้กรอกข้อความอื่นใดไว้ ดังนี้จึงมีประเด็นให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้ว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ปลอมหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเชื่อ ว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ไม่ปลอมและบังคับตามสัญญาจึงเป็นการชอบแล้ว.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.223 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.240 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินตามสัญญายืนและดอกเบี้ยถึงวันฟ้องจำนวน 81,250 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 68,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่เคยกู้เงินโจทก์และไม่ได้รับเงินตามสัญญา จำเลยเคยลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ที่ยังมิได้กรอกข้อความไว้ 1 ฉบับ แต่จะเป็นฉบับที่โจทก์นำมาฟ้องหรือไม่จำเลยไม่ยืนยันโจทก์แกล้งนำหลักฐานเท็จมาฟ้องขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงินจำนวน 40,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันกู้ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 40,000 บาท นับแต่วันที่ 16พฤศจิกายน 2527 เป็นต้นไป จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นวินิจฉัยเชื่อว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ตามฟ้องจริงแต่กู้ไปจำนวนเพียง 40,000 บาทไม่ใช่จำนวน 68,000 บาท ดังโจทก์ฟ้อง เท่ากับศาลชั้นต้นไม่ยอมรับว่าสัญญากู้ตามที่โจทก์นำมาฟ้อง คือเอกสารหมาย จ.2 เป็นเอกสารที่ถูกต้อง โจทก์ไม่ได้อุทธรณ์ในข้อนี้ ก็เท่ากับโจทก์ยอมรับว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ไม่ถูกต้องเช่นเดียวกัน ประเด็นในข้อนี้จึงยุติตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจที่จะวินิจฉัยได้อีกว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ใช้บังคับได้หรือไม่นั้น เห็นว่าแม้โจทก์จะไม่ได้อุทธรณ์ในข้อนี้แต่จำเลยเองเป็นฝ่ายอุทธรณ์ว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 เป็นเอกสารปลอมเพราะจำเลยลงลายมือชื่อในสัญญากู้โดยไม่ได้กรอกข้อความอื่นใดไว้ ดังนี้จึงมีประเด็นให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยได้ว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ปลอมหรือไม่ เมื่อศาลอุทธรณ์วินิจฉัยเชื่อว่าสัญญากู้เอกสารหมาย จ.2 ไม่ปลอมและบังคับจำเลยตามสัญญาเป็นการชอบแล้ว..." พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2534 นาย ด้วง หิงหิรัญ โจทก์ นาง แช่ ม อู๋สูงเนิ น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย ด้วง หิงหิรัญ · จำเลย - นาง แช่ ม อู๋สูงเนิ น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพฑูรย์ เนติโพธิ์ · นาม ยิ้มแย้ม · โสภณ จันเทรมะ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2076/2542ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 5679/2553ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 4041/2542ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1498/2548ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 2657/2534ฎีกา 5150/2552ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 70/2518ฎีกา 4007/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ