⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 153/2534

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2534

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขออนุญาตนำตราสารไปปิดแสตมป์ให้บริบูรณ์จะต้องกระทำก่อนหรือในขณะที่ได้นำเอกสารนั้นมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งก่อนศาลชั้นต้นตัดสินชี้ขาด หากฝ่าฝืนจะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 117 การขออนุญาตนำตราสารไปปิดแสตมป์ให้บริบูรณ์จะต้องกระทำก่อนหรือในขณะที่ได้นำเอกสารนั้นมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งก่อนศาลชั้นต้นตัดสินชี้ขาด โจทก์นำสัญญากู้ยืมเงินไปเสียอากรและเงินเพิ่มภายหลังที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว จึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.85 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653 ประมวลรัษฎากร ม.117 ประมวลรัษฎากร ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองทำหนังสือสัญญากู้และรับเงินไปจากโจทก์จำนวน๒๒,๖๐๐ บาท ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ ๑๕ ต่อปี จำเลยทั้งสองไม่เคยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยเป็นเวลา ๑ ปี ๖ เดือน ๗ วันแก่โจทก์คิดเป็นดอกเบี้ย ๕,๑๕๐ บาท ขอบังคับให้จำเลยทั้งสองชำระเงินต้นและดอกเบี้ยรวม ๒๗,๗๕๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ ๑๕ ต่อปี ในต้นเงิน ๒๒,๖๐๐ บาทนับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเงินเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า สัญญากู้เอกสารหมาย จ.๑ ปิดอากรแสตมป์แต่ไม่มีการขีดฆ่าอากรแสตมป์ ถือว่าสัญญากู้ไม่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ สัญญากู้ดังกล่าวจึงไม่อาจรับฟังเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ พิพากษายกฟ้อง ต่อมาโจทก์ขออนุญาตนำหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ.๑ ไปเสียอากรและเงินเพิ่มศาลชั้นต้นอนุญาต โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่โจทก์ขออนุญาตต่อศาลชั้นต้นนำหนังสือสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.๑ ไปเสียอากรและเงินเพิ่ม เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วปรากฏตามสำเนาแบบขอและอนุมัติให้เสียอากรแสตมป์เป็นตัวเงิน ใบเสร็จรับเงิน และเจ้าหน้าที่ได้สลักหลังไว้ในหนังสือสัญญากู้แล้ว อันจะถือว่าโจทก์ได้ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๗ เป็นผลให้ศาลจำต้องรับฟังหนังสือสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ตามประมวลรัษฎากรมาตรา ๑๑๘ หรือไม่ ประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๗ บัญญัติว่า "ตราสารหรือหลักฐานตามความในมาตรา ๑๑๖ ที่มีผู้เสียอากรหรือเสียอากรและเงินพิ่มอากรถ้ามี ตามความในมาตรา ๑๑๓ หรือมาตรา ๑๑๔ แล้วให้ถือว่าเป็นตราสารที่ปิดอากรแสตมป์บริบูรณ์ ส่วนเงินเพิ่มอากรที่เรียกเก็บให้ถือเป็นเงินอากร" เห็นว่าตามบทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าว การขออนุญาตนำตราสารไปปิดแสตมป์ให้บริบูรณ์จะต้องกระทำก่อนหรือในขณะที่ได้นำตราสารนั้นมาอ้างเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งก่อนศาลชั้นต้นจะตัดสินชี้ขาด คดีนี้ปรากฏว่าโจทก์นำสัญญากู้ยืมเงินเอกสารหมาย จ.๑ ไปเสียอากรและเงินเพิ่มภายหลังที่ศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาแล้ว ดังนั้นจึงใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๑๑๘ อันเป็นผลให้คดีโจทก์ไม่มีพยานหลักฐานที่จะรับฟังว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ดังฟ้อง โจทก์จะมีเจตนาฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ หาถือเป็นข้อสาระสำคัญไม่ถ้ามิได้ขีดฆ่าอากรแสตมป์อันเป็นการบกพร่องในเรื่องปิดแสตมป์บริบูรณ์แล้ว ศาลจะรับฟังเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ และการที่จำเลยมิได้ขาดนัดพิจารณาแต่จำเลยไม่สาบานตนให้การเป็นพยานปฏิเสธข้ออ้างของโจทก์ จะถือว่าจำเลยไม่ติดใจคัดค้านหนังสือสัญญากู้ยืมเงินที่โจทก์นำมาฟ้องโดยฟังว่าจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์มีหลักฐานเป็นหนังสือแล้วโดยไม่ต้องอาศัยฟังจากเอกสารดังที่โจทก์ฎีกานั้นย่อมไม่ชอบด้วยกฎหมาย พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 153/2534 นายทองอยู่ สุขสำราญ โจทก์ นายเฉลียว มั่นคง กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายทองอยู่ สุขสำราญ · จำเลย - นายเฉลียว มั่นคง กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พินิจ ฉิมพาลี · เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · มีพาศน์ โปตระนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายจินดา ปัณฑะโชติ · ศาลอุทธรณ์ - นายสำเริง ไชยชิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6938/2539ฎีกา 1452/2511ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 1578/2493ฎีกา 8732/2549ฎีกา 1969/2515ฎีกา 2423/2550ฎีกา 2752/2537ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 794/2509ฎีกา 1896/2492ฎีกา 612-615/2519ฎีกา 991/2548ฎีกา 2657/2534ฎีกา 306/2506ฎีกา 2356/2534ฎีกา 1940/2535ฎีกา 85/2540ฎีกา 70/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา