คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1606/2534
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งศาลอุทธรณ์ที่อนุญาตให้งดการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท ถือเป็นคำสั่งเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณา โจทก์จึงมีสิทธิฎีกาได้
ผู้ที่ยังไม่ได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินที่ถูกยึด ถือว่าไม่มีส่วนได้เสียในคดี จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น
ย่อคำพิพากษา
การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้สั่งงดการขายทอดตลาดที่ดินพิพาทไว้ก่อนเพื่อบรรเทาความเสียหาย เป็นเรื่องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264กรณีไม่ใช่เรื่องขอทุเลาการบังคับตามมาตรา 231 เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้งดการขายทอดตลาดตามคำร้องของผู้ร้องอันเป็นคำสั่งเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณา โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาได้ตามมาตรา 228(2),247 ผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษา แม้จำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่ผู้ร้อง แต่ยังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กัน ยังถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280 ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะมาร้องขอให้งดการขายทอดตลาดที่ดินพิพาท.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดที่ดินตราจองเลขที่ 398 ตำบลท่าช้าง อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี เนื่องจากผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในกรรมสิทธิที่ดินแปลงดังกล่าว เพราะจำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ร้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วมีคำสั่งให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การที่ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลอุทธรณ์ขอให้สั่งงดการขายทอดตลาดที่ดินตราจองเลขที่ 398 ไว้ก่อนเพื่อบรรเทาความเสียหาย เป็นเรื่องขอให้คุ้มครองประโยชน์ของผู้ร้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 264 กรณีไม่ใช่เรื่องขอทุเลาการบังคับตามมาตรา 231 เมื่อศาลอุทธรณ์มีคำสั่งอนุญาตให้งดการขายทอดตลาดตามคำร้องของผู้ร้องอันเป็นคำสั่งเกี่ยวด้วยคำขอเพื่อคุ้มครองประโยชน์ของคู่ความในระหว่างการพิจารณา โจทก์ย่อมมีสิทธิฎีกาได้ตามมาตรา 228(2), 247 มีปัญหาตามฎีกาของโจทก์ว่าผู้ร้องมีสิทธิที่จะร้องขอให้ศาลสั่งงดการขายทอดตลาดที่ดินตราจองเลขที่398 หรือไม่ เห็นว่า คดีนี้โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดีทำการยึดที่ดินดังกล่าวของจำเลยไว้เพื่อขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 278 ปรากฏว่า ผู้ร้องมิใช่เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีนี้ทั้งตามคำร้องของผู้ร้องที่ยื่นต่อศาลชั้นต้นก็อ้างว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนในกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวเพราะจำเลยได้ทำสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินดังกล่าวให้แก่ผู้ร้อง แต่ปรากฏว่ายังมิได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์กัน ยังถือไม่ได้ว่าผู้ร้องเป็นผู้มีส่วนได้เสียในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 280ผู้ร้องจึงไม่มีสิทธิที่จะมาร้องขอให้งดการขายทอดตลาดที่ดินตราจองเลขที่ 398 ที่โจทก์นำยึดเพื่อชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้
พิพากษากลับ ให้ยกคำร้องขอให้งดการขายทอดตลาดของผู้ร้อง.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1606/2534
พันตำรวจโท สมบูรณ์ ศิริผัน แก้ว โจทก์
นาย ชัชวาล วังศิริไพ ศาล ผู้ร้อง
นาย ไท วงศ์ สง่า จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พันตำรวจโท สมบูรณ์ ศิริผัน แก้ว · ผู้ร้อง - นาย ชัชวาล วังศิริไพ ศาล · จำเลย - นาย ไท วงศ์ สง่า |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วินัย กันนะ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ราเชนทร์ จัมปาสุต |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา